Thursday, August 13, 2009

เทศกาลโอบ้ง

เทศกาลโอบ้ง (O-bon)


ตรงกับวันที่ 13-15 สิงหาคมของทุกปี(บางพื้นที่เป็น 13-16 กรกฎาคม)


เป็นช่วงเวลาที่เชื่อกันว่า บรรพบุรุษที่ตายไปแล้วจะกลับมาจากนรกภูมิ เริ่มต้นจะมีการจุดไฟต้อนรับที่หน้าบ้าน ถวายผักบูชา มีการละเล่น และในวันสุดท้าย จะจุดไฟ โอคุริบิ (Okuribi) เป็นการส่งกลับวิญญาณบรรพบุรุษ


"โอบ้ง" นับว่าเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญ จนไม่อาจที่จะขาดไปได้ของชาวญี่ปุ่นเลยทีเดียว ทุกๆ ปี ในเดือน 8 ( สิงหาคม ) นั้นจะเป็นเดือนที่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเยี่ยม เยือนญาติพี่น้องและลูกหลานได้อย่างอิสระ คนญี่ปุ่นในทุกบ้านเรือนจะจัดสำรับกับข้าวพร้อมทั้งอาหาร คาวหวานและดอกไม้ขึ้นตั้งให้ไว้บนหิ้งหรือตู้ของบรรพบุรุษซึ่งมีชื่อเฉพาะ ว่า " บุสึดัง " เพื่อตอนรับ ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษของตน จุดประสงค์ก็เพื่อให้ได้พักผ่อน,ได้กินอยู่อย่างอิ่มหนำสำราญ และจะมีกำหนดระยะเวลาที่จะอนุญาตให้ดวงวิญญาณเหล่านี้อยู่ที่บ้านได้นานถึง เกือบหนึ่งเดือน แล้วจากนั้นถึงจะนำกลับไปส่งยังที่สุสานอย่างเดิม ซึ่งเป็นอันว่าเป็นการเสร็จพิธีการหรือจบการ ไหว้ในวันโอบ้ง

ที่มาหรือต้นตอของธรรมเนียมของ"โอบ้ง " นั้น เล่ากันต่อ ๆมาว่า.....เมื่อกาลก่อนเนิ่นนานที่ผ่านมาในสมัยที่องค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้านั้น เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่เหนือผู้ใดทั้งปวงในโลก...มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้มีบุรุษ ชื่อ " โมคุเรน " เป็น กำพร้ามารดาได้เสียชีวิตมานานหลายปี อยู่ต่อมาเขาเกิดศรัทธาในพระพุทธ ศาสนาจึงได้ออกบวช เป็นพระภิกษุ ทำการเพียรจิตสมาธิจนกระทั่งสามารถได้เห็นนรกและสวรรค์


ใน ครั้งหนึ่ง " พระโมคุเรน " ขณะที่ไปท่องอยู่ที่ใน นรกภูมิก็เกิดได้ไปพบและได้เห็นว่ามารดาของตนนั้น ต้องทนทุกขเวทนาอด ๆ อยากๆ อยู่ที่นั่น ท่านมีจิตเวทนา และนึกสงสารในผลกรรมอันแสนที่จะทารุณอันไม่จบสิ้นของมารดาเป็นอย่างมาก


วัน หนึ่ง" พระโมคุเรน " ได้มีโอกาสได้ไปเข้าเฝ้า พระพุทธเจ้า เมื่อมีโอกาสจึงได้เล่าเรื่องราวที่ท่านไปเห็นมารดาที่ในนรกภูมิมา และยังกราบทูล ถามว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถที่จะช่วยหรือแบ่งเบาให้มารดาของตนนั้นคลายจาก ทุกขเวทนานี้เสียได้... พระพุทธเจ้าได้ทรงสดับรับฟังแล้วตรัสกับ" พระโมคุเรน " ว่า " ดูกรโมคุเรน ไม่ใช่ว่าจะคิด ช่วยแต่เฉพาะคนคนเดียว...ไม่ใช่ว่าจะคิดช่วยแต่แค่มารดาของตนแต่เพียงอย่าง เดียว...จงคิดช่วย ไปถึงบุคคลอื่น ๆ ทุกคนที่ได้ตายไปครั้งก่อน ๆ ที่ไม่ใช่ญาติของเราก็ตาม...ท่านจงอุทิศส่วน กุศลและแผ่เมตตาให้กับเขาเหล่านั้นทุกคนเสียด้วย..."


เรื่อง ราวของพระโมคุเรนนี้ จึงทำให้เกิดธรรมเนียม"โอบ้ง " ขึ้นในกาลเวลาต่อมา...ซึ่งก็มีจุดมุ่งหมายถึงการทำการต้อนรับ ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านได้และให้ได้ กินอย่างอิ่มหนำ สำราญ พิธีการต้อนรับดวงวิญญาณนั้นก็จะมีการจุดไฟเพื่อรับดวงวิญญาณกันที่ท่าน้ำ บ้าง, ที่หน้า บ้านของตนบ้าง, หรือไปรับกลับมาโดยตรงจากสุสานของตระกูลก็มี เป็นธรรมเนียมที่กระทำ กันต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบันนี้


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเทศกาลโอบ้ง


· "โอบ้งมาซึรี " เป็นงานเลี้ยงฉลองต้อนรับดวง วิญญาณของบรรพบุรุษเพื่อให้เกิดความครื้นเครงรื่นรมย์หรรษาในขณะที่ได้กลับ มาที่บ้านของตน งานจะเป็นเหมือนหรือคล้าย ๆ กับงานวัดของไทยเรานี่เอง ด้วยจะมีการตีกลอง และจะเต้นรำไปรอบ ๆ ชั้นที่สร้างเป็นห้างอยู่กลางงานเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ก็จะ ใส่ชุด " ยูกาตะ" ( ชุดกิโมโนหน้าร้อน ) ในงานจะมีเสียงเพลงบรรเลงอยู่ตลอดเวลาสร้าง บรรยากาศให้สนุกสนานและครื้นเครงได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว งานนี้จะมีกำหนดระยะเวลา ถึงเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ๆ แต่จะจัดสลับกันไปในหลาย ๆ ที่ จนทั่วทั้งเมือง และในหนึ่งงานนั้น จะจัดกันประมาณ 3-4 วันเป็นอย่างน้อย


· "โชเรียวอุมะ" จะเป็นชื่อของมะเขือม่วง และ แตงกวา ที่ได้ใช้ตะเกียบหรือไม้ไผ่นำมาเหลาให้เล็ก ๆ แล้วนำไปเสียบให้เป็นขาสี่ขา สันนิษฐานตามความเชื่อถือกันมาแต่สมัยโบราณว่า "มะเขือม่วงนั้น"เปรียบเป็น " ม้า " และ "แตงกวา"ก็จะเปรียบเป็น " วัว " เชื่อกันว่าวิญญาณหรือผีของญี่ปุ่นนั้นจะไม่มีขา ว่ากันว่าเมื่อตายลงไปก็จะโดนตัดขาทิ้งเสียนั่นเอง ดังนั้นวิญญาณเหล่านี้จึงจะต้องมีหรือจะต้อง ใช้สิ่งสองสิ่งนี้เป็นที่นั่งและที่วางสัมพาระต่าง ๆ ของตนบรรทุกกลับมาสู่บ้านนั่นเอง...

· "มุไคเอฮี" เป็นการก่อกองไฟหรือจุดคบ ไฟมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ได้กลับมานั้นได้เดินทาง สะดวกทั้งขามาและ กลับ เพื่อไม่ให้หลงทางไปทางไหน....ตัวอย่างเช่น การก่อคบไฟให้เป็นรูปตัว อักษรของคำว่า "ได" ซึ่งจะกระทำขึ้นทุก ๆ ปีที่วัด "ไดม่อนจี่ซามะ" ซึ่งเป็นวัดที่ มีชื่อเสียงของเมืองโอซาก้า เป็นคบไฟที่แสดงเตรื่องหมายของการรับกลับและไฟของการส่ง วิญญาณ ซึ่งธรรมเนียมการจุดคบไฟของวัดนี้ได้กระทำสืบเนื่องกันติดต่อกันมาตั้งแต่ใน สมัย เอโดะ เป็นการก่อคบไฟบนภูเขาที่มีชื่อเสียงมาก

http://frevaras.exteen.com/20061205/entry

ไหว้บรรพบุรุษรำลึกผู้ล่วงลับ

ไหว้บรรพบุรุษรำลึกผู้ล่วงลับ

ปฏิทินเดือนเมษายนนอกจาก จะมีตัวเลขสีแดงบอกแจ้ง วันสงกรานต์ ในปฏิทินยังปรากฏอักษรบ่งบอกถึง วันเช็งเม้ง เทศกาลที่มีความหมายซึ่งปีนี้เวียนมาถึงอีกครั้ง




เช็งเม้ง หมายถึงฤดูกาลซึ่งฤดูกาลของชาวจีนแบ่งเป็น 4 ฤดูกาลใหญ่ ได้แก่ ใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เทศกาลเช็งเม้งอยู่ในช่วงปลายของฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลย่อยซึ่งช่วงเวลานี้ อากาศจะสดชื่นคลายจากความหนาวเย็นเริ่มเข้าสู่อากาศอบอุ่น ท้องฟ้าจะสว่างสดใส อ.เศรษฐพงษ์ จงสงวน สถาปนิก นักวิชาการอิสระผู้ศึกษาวัฒนธรรมจีนเริ่มบอกเล่า พร้อมให้ความรู้ถึง ประเพณีเช็งเม้ง ที่ มีความหมายความสำคัญเป็นธรรมเนียมการไหว้บรรพบุรุษแสดงความเคารพกตัญญูของ ลูกหลานจีน รวมทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนซึ่งถือปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน

ในการกำหนดปีของชาวจีนจะใช้พระอาทิตย์เป็น สิ่งกำหนด ซึ่งการโคจรของดวงอาทิตย์หนึ่งวงรอบ 360 องศา ชาวจีนจะแบ่งเวลาเป็นช่วงละ 15 องศาเป็นหนึ่งฤดูกาลย่อย ซึ่งการแบ่งฤดูกาลอย่างนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรที่ทำการเกษตรกรรม อย่างถ้าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่หิมะตก อากาศร้อน แมลงออกจากการจำศีล ฯลฯ การแบ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่บอกให้ได้ทราบและเช็งเม้งก็เป็นหนึ่งในฤดูกาล แบบนี้ โดยเช็งเม้ง หมายถึงความสว่างสดใส

“ในความสดใสนั้นหมายความว่า อากาศจะเริ่มคลายจากความหนาวและค่อยอุ่นขึ้นจนถึงอากาศร้อนในฤดูร้อน ซึ่งอากาศสดใสก็จะมีความเย็นกว่าฤดูร้อนทำให้เหมาะแก่การออกนอกบ้าน เหมาะแก่การเริ่มทำการเกษตรกรรม ต่างจากช่วงตรุษจีนซึ่งเป็นช่วงที่หนาวจึงเป็นการเริ่มตระเตรียมการทำนา พอถึงฤดูใบไม้ผลิก็จะเริ่มทำนาปักดำ หลังจากปักดำได้ถึงช่วงเช็งเม้งก็จะเป็นช่วงที่มีฝนตกพรำเริ่มมีแสงแดดอุ่น ซึ่งจากนี้ไปก็จะเริ่มเข้าหน้าร้อนจะเริ่มมีพืชแตกยอดอ่อน ผลิดอกก็จะเป็นวงจรไป”

ทีนี้เช็งเม้งพอเป็นเรื่องของฤดูกาลแล้ว ในความเข้าใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือช่วงเวลาที่ชาวจีนจะออกไปเซ่นไหว้ที่สุสาน ซึ่งการเซ่นไหว้ที่เกิดขึ้นจะมีด้วยกัน 2 ครั้งคือ ในช่วงเวลานี้ฤดูใบไม้ผลิ และในช่วงฤดูหนาว โดยช่วงฤดูหนาวจะอยู่ในราววันที่ 22 เดือนธันวาคม ซึ่งสองช่วงเวลานี้จะเป็นโอกาสที่เซ่นไหว้สุสาน แต่บางท้องถิ่นช่วงอากาศหนาวไปไม่ได้ก็จะถือช่วงเช็งเม้งเป็นหลัก

“ช่วงเวลานี้ในประเทศไต้หวัน ประเทศจีนจะเรียกว่า เส้าหมอ หรือ การเก็บกวาดสุสาน ซึ่งจะไม่ค่อยเรียกว่า เช็งเม้ง ก็จะไปทำความสะอาดและเซ่นไหว้ซึ่งการแสดงความเคารพระลึกถึงบรรพบุรุษใน เทศกาลนี้ชาวจีนบางถิ่นเรียกการเซ่นไหว้สุสานว่าก้วยจั้ว แปลว่าแขวนกระดาษ เพราะเมื่อเซ่นไหว้และเผากระดาษเสร็จแล้วต้องนำกระดาษสี 5 สีที่ตัดเป็นแถบยาววางไว้ที่บนป้ายจารึกหน้าสุสาน และโปรยไว้บนเนินดินสุสาน เป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าลูกหลานได้มาเซ่นไหว้แล้ว หากครอบครัวไหนไม่ได้เก็บศพบรรพบุรุษไว้ที่สุสานหรือมีบรรพบุรุษอยู่ไกลที่ ประเทศจีนก็จะตั้งไหว้ที่บ้าน ครอบครัวไหนเก็บกระดูก ป้ายวิญญาณไว้ที่วัด ก็จะมาเซ่นไหว้กันที่วัด”

การเซ่นไหว้เครื่องเซ่นไหว้นอกจากจะมีอาหารคาว หวาน ผลไม้ ฯลฯ อะไรก็ได้ตามความเหมาะสม ความต้องการของลูกหลาน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมเป็นขนมคู่เทศกาลนี้จะมีการไหว้ ขนมจือชังเปี้ย ซึ่งเป็นขนมเปี๊ยะอย่างหนึ่งข้างในจะใส่ต้นหอมโดยมีทั้งแบบอบกรอบ และแบบนิ่ม ขนมชนิดนี้จะทำเฉพาะเทศกาลเช็งเม้งเท่านั้นเป็นของชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งคนจีน ถิ่นอื่นจะไม่ค่อยใช้ นอกจากนี้การเซ่นไหว้ของประเพณีนี้จะมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองร่วมด้วย

“โดยปกติ กระดาษเงิน กระดาษทอง จะคู่กับการเซ่นไหว้ซึ่งในการไหว้บรรพบุรุษ จะใช้เช่นเดียวกันจะมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไป รวมทั้งมีเครื่องกระดาษที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้และในเวลานี้มีหลาก หลายรูปแบบ ซึ่งเครื่องใช้อุปโภคบริโภค จะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและคาดว่าจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อย่างพาหนะ แต่เดิมเป็นเกี้ยว เป็นรถม้า แต่ปัจจุบันเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ คันเล็กคันใหญ่ก็สุดแท้เหมาะแก่สถานะของผู้ซื้อ เครื่องบิน บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ วีซีดี บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม พัดลม ฯลฯ ก็จะถูกเผาส่งไปให้แก่ผู้ล่วงลับ

แต่ ที่จะขาดไม่ได้ต้องมีเสื้อผ้าซึ่งช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสที่ส่งเสื้อผ้าไป เปลี่ยนให้แก่ท่านก็ส่งเป็นเสื้อผ้ากระดาษไปให้ก็จะมีทั้งแบบจัดเป็นห่อเป็น ชิ้น ๆ ซึ่งเสื้อผ้าจะมีการจัดแบ่งไว้ชัดเจนมีทั้งเสื้อผ้าแบบผู้ชายและผู้หญิง”

ขณะที่ประเทศไทยมีเทศกาลเช็งเม้งประเทศเพื่อนบ้านที่รับวัฒนธรรม จีนก็มีเทศกาลนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ ก็จะเก็บกวาดสุสาน ไหว้บรรพบุรุษซึ่งจะอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่อาจจะมีต่างกันไปบ้างอย่างในเมืองไทยจะมีการไหว้บรรพบุรุษเช็งเม้งก่อน วันจริง ขณะที่ชาวจีนอาจจะทำหลังวันเช็งเม้ง

แต่อย่างไรก็ตามประเพณีที่มีความหมายความสำคัญนี้เป็นช่วงเวลาอันดีที่ครอบ ครัวจะได้กลับมาพบเจอได้ทำบุญระลึกถึงญาติผู้ล่วงลับร่วมกันและขณะที่ทุก เทศกาลแต่ละปีจะหมุนเวียนผ่านมา นอกจากความหมายความสำคัญของเทศกาลนี้ที่แสดงถึงความเคารพกตัญญูระลึกถึงผู้ ล่วงลับ

อีกด้านหนึ่งยังเป็นเสมือนกุศโลบายแยบยลของคนโบราณที่คิดในเรื่องวัฒนธรรม ประเพณีเป็นสิ่งที่แฝงไว้ให้เรียนรู้ถึงกาลเทศะซึ่งมีความสำคัญ

“กาลเทศะเป็นการแสดงให้เห็นว่าถึงช่วงเวลานี้ควรที่จะต้องทำอะไร เป็นการเตือนตนในการดำเนินชีวิตซึ่งไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร วางตัวอย่างไรหากรู้จักกาลเทศะก็ช่วยให้รู้จักตัวตนของตัวเอง รู้หลักการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า มีสติ ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง รุ่งเรือง” อาจารย์ท่านเดิมกล่าวทิ้งท้าย

จากคุณค่าความหมายของประเพณี การไหว้บรรพบุรุษ เช็งเม้ง ช่วงเวลานี้เป็นอีกโอกาสอันดีที่จะแสดงความเคารพทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ญาติ ผู้ล่วงลับ อีกทั้งยังเป็นการทบทวนการดำเนินชีวิตอีกร่วมด้วย.


ที่มา: http://astro.popcornfor2.com/horoscope/fengshui_detail.php?id_=0163170712200855I&start=0&dataPerPage=12

Tuesday, June 30, 2009

Farewell Dr.Att and Mr.Chan

20/06/09

Tadaima ^^" กลับมาจาก home stay บ้านพี่กุ้งสู่สังคมนักเรียนอีกครั้งครับ ^^"

แน่นอน ... กลับมา พอเจอคนอื่นๆ ก็ต้องโดนแซวเป็นของธรรมดาครับ ... ชินแระ ... ผมก็รีบขึ้นห้อง เอาของเก็บ จากนั้นก็เตรียมกล้องลงมาเป็นเสมือนหน้าที่เลยก็ว่าได้ครับ :)

งานเลี้ยงวันนี้เป็นงานเลี้ยงอำลาพี่อรรถที่จะกลับไทยแล้ว และจันทร์ที่จะย้ายแลปไปอยู่ที่ชิสุโอกะ รวมถึงแสดงความยินดีกับพี่อรรถที่จบเป็น ดร. แล้ว ^^"

อาหารคราวนี้ เราทำคล้ายกับคราวที่แล้ว (ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตรตาเล้ง) นั่นคือ เกี๊ยวน้ำต้มยำ สูตรตาเล้ง นั่นเอง ^^" อร่อยเหาะเช่นเดิมครับ


สรุป ... ก็เป็นอีกคนที่มีความสุข ความยินดี และความคิดถึง รวมๆ กันครับ

Miss Seminar !!!

18/06/09

พอดีรันงานไว้ที่แลป และต้องกลับมาเอาไฟล์เพื่อไปรันต่อที่ notebook ตอนเย็นประมาณ 6 โมง

... เข้าแลปด้วยความเร่งรีบ ... นั่ง copy file สักพัก ... advisor ก็เข้ามาซะงั้น :| ... ผมงี้ตกใจเลย ...

... อ๊ะ ... อาจารย์ ? แล้ว ... ? ... อยู่ ? ... แล้ว ... เกิด ... ? ... สรุป ... สัมนา ... ? มี / ไม่มี ? ...

แล้วอาจารย์ก็ถามแบบยิ้มๆ ครับว่าวันนี้คุณขาดน้า ... ผมคิดว่าคุณคงจำสลับกับอาทิตย์หน้าที่ผมไม่อยู่กระมัง (แปลเป็นไทยน่าจะได้ประมาณนี้ครับ) ... อาจารย์ก็ปิดท้ายด้วยว่า ... ไม่ต้องกังวลหรอก ... ผมไม่ว่าอะไร T_T ... นั่นดิ ... ผมก็ต้องยิ่งกังวลเป็นธรรมดา ... เง้อ

ผมก็เลยยอมรับตรงๆ เลยว่า ... ครับ ... ผมจำสลับจริงๆ (ไม่ได้โกหกด้วย) T_T

พอ copy เสร็จ ก็รีบลงไปหาพี่กุ้ง แล้วก็เล่าให้ฟัง ... จากนั้นก็กลับครับ ... อ้อ ... มาที่มหาวิทยาลัยรอบนี้กลับมาเอาเสื้อผ้าด้วยครับ ... แหะๆ ^^"

HOME Stay บ้านพี่กุ้ง

16 - 20 /06/09

รอบนี้เป็นการพักกับคนไทย (พี่กุ้ง) ครับ ^^"

ระยะเวลาการพัก ... ตั้งแต่วันอังคาร - วันเสาร์เย็น ครับ

ในระหว่างที่พักอยู่ที่บ้านพี่กุ้ง ผมก็ remote เข้ามาทำงานที่แลปอยู่บ่อยๆ เหมือนกัน ... เพียงแต่ตัวไม่เข้าแลป ^^" ทำให้งานที่แก้ๆ อยู่เดินสม่ำเสมอครับ

อีกงานที่ทำก็เป็น การทำเว็บให้อาจารย์วารินทร์ขึ้นอีกอัน เอาไว้ที่ http://www.arjarnwarin.net/main ซึ่งยังไม่ได้เปิดตัว ... ผมกะว่า ไว้ผมกลับไทย แล้วได้ข้อมูลเพียงพอก่อน ผมจะเปิดเว็บนี้ขึ้นอีกรอบครับ ... ตอนนี้ก็ใช้ที่ google ไปพลางๆ ก่อนล่ะกันครับ ^^"

ในระหว่างที่พักบ้านพี่กุ้ง พี่กุ้งก็เลี้ยงดูเป็นอย่างดีครับ ... ดูเหมือนผมจะอ้วนๆ ขึ้นด้วย T_T ... วันๆ ก็กินกับนอน ... อ่านหนังสือธรรมะบ้าง ... เหมือนกับว่าเป็นบ้านให้เก็บอารมณ์การปฏิบัติธรรมดีเหมือนกันครับ ... รู้สึกเย็นในใจและกายขึ้นเรื่อยๆ ^^"

ผมก็ยังอายๆ และเกรงใจมีน่าลูกสาวพี่กุ้งอยู่เหมือนกันครับ ... แหะๆ ... เนี่ย ... ถ้าพูดญี่ปุ่นปร๋อ ... ผมคงคุยอยู่นา ... แต่ติดที่ยังไม่คล่อง ยังอายนี่แหละครับ :'(

จนวันศุกร์นู่น ถึงมีเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยโทรมาชวนปาร์ตี้ ... และก็เป็นครั้งแรกที่ผมไม่ได้เข้าปาร์ตี้ ... เป็นห่วงกันใหญ่เลยครับ ... ผมก็เลยบอกว่า พัก home stay อยู่ที่บ้านพี่กุ้งครับ ... ทุกท่านก็เข้าใจครับ ... เหอะๆ

เนื่องจากวันเสาร์ มีงาน Farewell พี่อรรถ กับ จันทร์ ก็เลยต้องขอรบกวนพี่กุ้งมาส่งตอนเที่ยงๆ หลังทานข้าวกับเพื่อนสาวญี่ปุ่น (ฮารุน่า) ที่บ้านพี่กุ้งครับ ^^"


สรุป ... พักที่บ้านพี่กุ้งแล้วมีความรู้สึกเย็นกายเย็นจิตดีครับ ... เหมาะกับปฏิบัติธรรมดีด้วยครับ ^^"

ราเมงมื้อเที่ยง

16/06/09

วันนี้เที่ยงพี่กุ้งนัดไปทานราเมงที่ร้านไกล้ๆ ซังกิครับ ... เป็นอีกรอบที่พี่กุ้งโทรตามครับ ... เพิ่งตื่นอีกแระ ... แหะๆ

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้เหมือนกันครับ ... มีความรู้สึกไม่ค่อยอยากจะทำงานเท่าไหร่นัก เป็นเบื่อๆ แล้วถ้านอนตื่นขึ้นมาเนี่ยก็จะเพลียๆ งัวเงียอยากจะนอนต่อลูกเดียว งานการก็ไม่ค่อยเดินด้วย ... ดีที่อาทิตย์นี้สัมนาไม่มี ^^" จะได้แก้งานเดิมๆ ให้ดีๆ หน่อยครับ

พอถึงเวลา ... ผมกับพี่กุ้งก็ไปทานราเมงร้าน โอคิยะ ครับ ... สั่งแบบธรรมดากับเกี๊ยวซ่า ^^"


ก็อร่อยดีครับ ... แต่ตามสไตล์คนไทยทาน ... ช้ามั่กๆ ... ฮ่าๆๆ

หลังจากทานเสร็จพี่กุ้งชวนไปเล่นที่บ้านครับ ... ผมก็เลยขอกลับไปที่ห้องเพื่อกลับไปเอาเครื่องมือทำมาหากินก่อน ... จากนั้นก็ไปที่บ้านพี่กุ้งครับ

ว่าแต่ ... วันนี้พี่กุ้งก็ชวนพักค้างคืนเลย T_T ... ผมก็เห็นว่าอาทิตย์นี้ไม่มีสัมนาก็เลยรับปากพักค้างคืน ... แต่เสื้อผ้าไม่มี แฟนพี่กุ้งก็ให้ใช้ก่อนครับ ...

สรุป ... วันนี้ก็ไปทำงานบ้านพี่กุ้ง แล้วก็พักค้างคืนเลย ... เหอะๆ ... ผมก็เลยว่า ไหนๆ ก็มาใช้ network ใหม่แระ ก็ขอทำเว็บอาจารย์วารินทร์ใหม่ด้วยซะเลย ^^"

ดูบัลเล่ต์ ^^"

13/06/09

วันนี้นัดไปดูบัลเล่ต์ที่ shi ครับ ^^"

ซึ่ง ... เราก็นัดกันไปทานข้าวเที่ยง + เย็นที่ APITA ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารฝรั่ง ก่อนไปดูบัลเล่ต์ครับ ^^"

สมาชิกที่ไปกันวันนี้ก็มีผม, อ.ฉัตร, พี่จั๊บ, พี่แม็ก, พี่มู, น้องป๊อป ... ปั่นจักรยานรวมกันหกคนครับ

ทานเสร็จก็ออกจาก Apita ครับ ... แต่ ... โชคไม่ค่อยดีที่จักรยานที่น้องป๊อปปั่น (จักรยานพี่เดียร์) คันนึงยางระเบิด ตัดสินใจคุยกันนานทีเดียวว่าจะกลับหรือจะไปดูบัลเล่ต์กันต่อ T_T

ซึ่ง ... เอาไปเอามาก็เลือกที่จะปั่นบดยางไปครับ ... เพราะไหนๆ ยางก็ระเบิดไปแล้ว T_T ... ซึ่งก็ปั่นไปได้ดีทีเดียวครับกับความสามารถของน้องป๊อป ^^"

เราไปถึง shi ทันเวลาเปิดเข้างานพอดีครับ ... แล้วก็ได้ชมกันอิ่มหนำสำราญขอรับ ^^"

โดยส่วนตัวผมชอบและประทับใจทีเดียวครับ ... เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ชมการเล่นบัลเล่ต์ครับ ^^"

จากนั้นพวกเราก็ปั่นจักรยานกลับกันโดยสวัสดิภาพขอร้าบบบบบ

อองเซ็นธรรมชาติ

12/06/09

วันนี้วันศุกร์ ... พอดีแฟนพี่กุ้งเค้าหยุดไม่ได้ไปทำงานวันศุกร์ ก็เลยชวนไปลงอองเซ็นแบบธรรมชาติที่ต่างเมืองครับ ^^"

ซึ่ง ... ผมก็ชวนๆ เพื่อนๆ อยู่เหมือนกัน ... แต่เนื่องด้วยว่าเป็นวันศุกร์ หลายๆ คนจึงไม่สามารถไปได้ ... ก็มีแต่ผมเท่านั้นแหละที่ว่างได้ทุกวันซะงั้น ... เหอะๆ

นัดกับพี่กุ้งตอน 10 โมงเช้าครับ ... ก็ตื่นตอนที่พี่กุ้งโทรมาเลยเหมือนกัน T_T แย่จัง ... อายด้วย ... ก็เมื่อคืน เล่นซะเมาระดับนึง ดึกอีกด้วย ... ตื่นไม่ไหวอ่ะจิ ... พอลุกขึ้นก็แปรงฟัน แล้วก็รีบวิ่งลงไปสวัสดีครับ

สถานที่ไป เป็นอองเซ็นธรรมชาติ ท่ามกลางธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาครับ

ก่อนลงอองเซ็น ... พี่กุ้งกับแฟนพี่กุ้งก็พาทานข้าวเช้า + เที่ยง และผ่อนคลายก่อน แล้วค่อยไปลงอองเซ็นครับ

พี่กุ้งเตรียมผ้าเช็ดตัวมาให้ด้วยครับ ^^" ... จากนั้นก็แยกย้ายไปลงอองเซ็นครับ ... ผมไปกับแฟนพี่กุ้ง ... รอบนี้จะได้เรียนรู้การลงอองเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแล้วคร้าบ ^^"

ขั้นแรกก็เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อนครับ ... ถูสบู่, สระผม ให้เรียบร้อย

จากนั้นก็ไปลงอ่างครับ ... เริ่มจาก เอาขาค่อยๆ ลงไปก่อน ... ขั้นตอนนี้ต้องค่อยๆ หน่อยนะครับ เพราะต้องให้ร่างกายค่อยๆ ปรับสภาพกับน้ำร้อนก่อน ... แล้วก็ค่อยๆ หย่อนตัวลงแช่น้ำร้อนครับ ^^"

ผ้าขนหนูที่เอาเข้าไปด้วย ห้ามเอาลงในอ่างด้วยนะครับ ... ลงไปได้แค่ตัว ... จากนั้นก็ลงแช่ประมาณ 10 นาทีก็พอครับ ... อ่างที่ผมไปแช่เป็นอ่างไม้แล้วก็น้ำร้อนจากใต้ดิน กลิ่นน้ำร้อนกับกลิ่นไม้ ช่วยเรื่องบรรยากาศได้ดีจริงๆ ครับ ... สดชื่นนนน ^^" แถมเป็นอ่างที่อยู่นอกห้องด้วยครับ

หลังจากแช่ได้ประมาณ 10 นาทีก็ลุกขึ้นจากอ่างมาชมนกชมไม้ครับ ... ซึ่งแฟนพี่กุ้งก็สอนภาษาญี่ปุ่นให้กับผมด้วยเหมือนกันครับ ... ^^" ... สอนศัพท์ครับ ... จากนั้นก็เข้าห้องซาวน่าร์ ประมาณ 5 นาทีครับ

จากนั้น ... ก็ออกมาแช่น้ำเย้นเย็นขอรับ ... เพื่อให้รูขุมขนที่เปิดเนื่องจากการแช่น้ำร้อนให้ปิดสนิทครับ ^^"

แฟนพี่กุ้งยังพาไปล้างตัวอีกรอบก่อนลงแช่อีกรอบเช่นกันครับ ... ซึ่งผมก็ไปล้างตัว แล้วลงไปแช่อีกรอบ แล้วก็ขึ้นครับ ... เช็ดตัวแล้วก็แต่งตัว

หลังจากแช่น้ำร้อนเพื่อผ่อนคลายทางร่างกายเสร็จแล้ว ก็ขึ้นไปนอนเพื่อผ่อนคลายทางด้านจิตใจให้สบายและสงบครับ ^^" ซึ่งพี่กุ้งก็เอาหนังสือธรรมะไปให้อ่านด้วย ... ผมก็อ่านไปแล้วก็คล้อยหลับครับ :D

ตื่นอีกทีก็เกือบๆ ห้าโมงเย็นครับ ... จากนั้นก็ไปทานน้ำชา แล้วก็เดินทางกลับ ซึ่งผมได้ซื้อบวบกับหน่อไม้ฝรั่งไปฝากพี่เดียร์ เพราะเห็นว่าราคาถูกดีครับ ^^"

วันนี้ข้าวเย็นทานที่บ้านพี่กุ้ง แล้วก็กลับมหาลัยตอนสองทุ่มเข้าปาร์ตี้วันศุกร์เช่นเคยที่ห้องพี่เดียร์คร้าบ ^^"

จบข่าว ... ^^"

Farewell Josef

11/06/09

มะ ... พอเสร็จงานติวเตอร์ ... ก็เดินตะลอนๆ ไปที่ SECOM HALL เพราะหลังๆ มานี้ จัดงานปาร์ตี้กันที่ SECOM HALL บ่อย อาจจะเป็นเนื่องจากว่า ถ้าจัดที่ใต้หอเนี่ย จะต้องเลิกก่อน 4 ทุ่มครับ เพราะเสียงมันจะรบกวนคนอื่นๆ และแน่นอนว่าถ้าปาร์ตี้กลุ่มนี้เนี่ย ต้องนู่น ... เลยเที่ยงคืนแน่นอน

ผมเข้างานช้าหน่อย เกือบๆ สี่ทุ่มได้ และก็พกของขวัญเป็นกระเป๋าใส่เหรียญที่ให้พี่เป๊าะส่งมาให้จากไทยเป็นของที่ระลึกก่อนกลับครับ ^^" ซึ่งเขาก็ขอบคุณเป็นธรรมเนียมมาเหมือนกัน :P

พอเปลี่ยนมาจัดที่ SECOM HALL เนี่ย ... ผมมีความรู้สึกว่า คนเข้างานเยอะกว่าเดิมมากๆๆๆๆๆๆ เมื่อเทียบกับช่วงที่มาร์ตินอยู่ ... อืม ... ก็รู้สึกไปอีกแบบล่ะกัน

พอคนเยอะเนี่ย ... การดื่มของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมสังเกตพบว่า ... โดยส่วนใหญ่จะจัดการเครื่องดื่มตัวเองไม่หมด แล้วก็ไปเอามาใหม่เรื่อยๆ จนเจ้าโอม่าสบถกับผมว่า "พวกที่มาร่วมงาน ... สูบยังกะมาจากนรก" อันนี้ผมแปลเป็นไทยเอาสถภาพหน่อยๆ น่าจะได้ใจความประมาณนั้นนะ

ที่ผมทราบก็เพราะ ... ผมจะคอยเก็บกระป๋องเบียร์ และก็เอาฝาเปิดเก็บไว้ไปบริจาคที่ไทย ... กระป๋องไหนที่มีคนกินยังไม่หมด ผมก็จะไม่เอาฝาเปิดออก ... ซึ่งมันก็เกือบครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ... ประมาณว่า เหมือนผมเป็นเทศบาลเก็บกระป๋องเบียร์และขยะในงานยังไงยังงั้น

อย่างน้อย ... ในงานนี้ ผมก็มี Jung-san ที่สนิทๆ หน่อย ... ก็เลยอยู่แต่กับกลุ่มนี้ครับ ... แหะๆ ... อีกอย่าง มีเพื่อนผู้หญิงคนนึงที่อยากรู้จักด้วย ... ตอนนี้ลืมชื่ออีกแระ ... เฮ้อ

งานนี้ ... ผมกลับพร้อม JUNG-san ประมาณตีหนึ่งกระมัง ... แต่งานก็ยังไม่เลิกนะครับ ... วู้ ... ดึกๆ กันจังเนี่ย

Wednesday, June 24, 2009

ติวเตอร์อีกนิดนึง

11/06/09

วันนี้นัดกับอาจารย์ฉัตร, พี่แม็ก, พี่จั๊บ, น้องหมี ไปว่ายน้ำกันครับ ^^" เมื่อยสุดยอดเลย

หลังจากไปว่ายน้ำเสร็จก็ไปทานข้าวที่โรงอาหารชั้นสอง ... วันนี้สั่งสเต๊กไก่ขอรับ ... อันที่จริง วันนี้ก็มีเลี้ยงส่ง Josef ซึ่งจะได้กลับบ้านแระ ... ยังจำไม่ได้เลยว่าเป็นคนชาติไหน Australia or Austria กันแน่ T_T

แต่ก่อนไปก็นัดกับน้องหมีไปช่วยดูเรื่องรายงาน database ให้ครับ ... วันนี้ดูเรื่อง Suica ครับ ... เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ smart card ที่เป็นบัตรเงินสดในระบบขนส่งมวลชน JR ในประเทศญี่ปุ่นครับ ... เท่าๆ ที่อ่านดู เค้าใช้เวลาในการพัฒนานานเป็นสิบๆ ปีก็ว่าได้ น่าสนใจดี

แต่ ... ระบบมันใหญ่เลยไม่รู้ว่าจะจับจุดใดเป็นประเด็นให้น้องเค้าดี ... ก็เลยแนะให้เปลี่ยนเป็น smart card เพียงอย่างเดียว ซึ่ง scope และ focus ได้ถึงประเด็นกว่า

ซึ่งน้องเค้าก็เห็นด้วย ... ก็เลยนัดกันใหม่เป็นวันเสาร์ เพื่อมาคุยกันเรื่อง smart card ครับ

เสร็จงานก็สามทุ่มกว่า ... จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ แล้วผมก็ไปปาร์ตี้ Josef ครับ

Tuesday, June 16, 2009

Seminar Progress

11/06/09

วันนี้เข้าสัมนาปกติครับ ... เนื้อหาที่เตรียมไปก็เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาที่พบ และแนวทางการแก้ไขที่เตรียมๆ ไว้ โดยผมเตรียมไปเป็น powerpoint ครับ ... โดยหน้าสุดท้ายผมกะจะสรุปว่า ผมจะรัน index กับ inverted แล้วคำนวณ tfidf ใหม่ ... เตรียมไว้ประมาณนี้ครับ

วันนี้ผมเลือกที่นั่งใกล้ๆ หน่อย จะได้พูดเร็วๆ ... ก็ได้เป็นอันดับสามครับ

ผมก็ present ตามปกติครับ ... พอเริ่มเล่าถึงปัญหาที่พบ ก็ถกกับอาจารย์ slide ต่อ slide ซึ่ง อ. ก็โอเคครับ ... ฟังและทราบแนวทางการแก้ปัญหาของเราด้วยว่าเราไม่ได้เตรียมมาแต่พูดอย่างเดียว

กลายเป็นว่า ... ทุกปัญหาที่มี ไม่จำเป็นต้องสร้าง index, inverted และ tfidf ใหม่ ... ผมก็เลยไม่ได้พูด slide สุดท้ายไปซะงั้นเลย ... แหะๆ

สรุปวันนี้ อาจารย์ก็ชมว่า ดี ครับ ^^"

เลิกจาก seminar วันนี้ก็กะว่าจะไปว่ายน้ำซะหน่อยครับ ^^"

Wednesday, June 10, 2009

Site Google ใช้ Adsense ได้แล้ว ^^"

11/06/09

เย้ๆ ... ในที่สุด site google ก็สามารถที่จะเอา gadget ที่เป็น adsense ของเราไปแปะได้แล้วคร้าบ ^^"

อันนี้ไปเจอเมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา ... และเข้าใจว่า google เพิ่งเอาลงด้วยแหละ ... เพราะผมใช้เกือบทุกวัน เออะๆ

รูปแบบของ Gadget AdSense นี้ใช้ได้เฉพาะ AdSense for Content เท่านั้นครับ ส่วนตำแหน่งที่ใส่ได้ก็มี Side bar กับ Content ครับ ^_^

ต่อไปคงใช้เจ้านั่นตัวเดียวกระมังครับ ... บ้านคงสมบูรณ์ขึ้น ^_^"

ว่างๆ เข้าไปเยี่ยมได้ที่ http://sites.google.com/site/zamachita นะคร้าบ :D ... กดนิดกดหน่อยให้ด้วยล่ะกัน ... คริคริ

Apache Lucene

10/06/09

วันนี้ตื่นสายมาก็หาหนังสือมาอ่านเกี่ยวกับเรื่อง Information Retrieval อีกซะหน่อย ... ยังข้องใจ เหมือนตัวเองยังศึกษามาดีไม่พอยังไงยังงั้น

เปิดๆ ดูจากที่โหลดๆ เก็บๆ ไว้ (เพราะที่หอจะต่อ internet ไม่ได้ในช่วงเช้า 8:40 - 16:30) พบว่ามี slide ของคุณ James H. Martin เขียนไว้ดีมากครับ ... เลยคิดว่า "ทำไมเราไม่รู้จักอ่านอันนี้น้า .... แล้วทำสุ่มๆ ไปเนี่ย ... เสียเวลาจริง" อีกใจนึงก็ทำให้คิดได้ว่า "ผลของการไม่เข้าใจในศาสตร์อย่างถ่องแท้ ก็ให้ผลแบบสุ่มๆ เช่นนั้นแหละ ... จะเสียใจไปใยเล่า" เป็นกรรมจริงๆ ... แค่นี้ก็พิสูจน์เล็กๆ แล้วว่าเป็นเรื่องของกรรม ... T_T

ส่วนหนึ่งของ slide lecture ของเขาก็ใช้หนังสือ IIR ที่อาจารย์กานดาเคยให้ลิงค์ผมเพื่ออ่านเหมือนกันครับ เป็นหนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่งครับ (แต่ผมก็อ่านไม่จบอีกเหมือนเคยแฮะ)

พอได้อ่าน slide lecture แล้ว ก็เห็นว่าเค้าเขียนได้ดีมากครับ ... อ่านแล้วเข้าในง่ายดี ... ตอนนี้ก็เลยคิดว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้วิธีที่เขาให้ assignment ดีหรือเปล่าหว่า ... ถ้ามันลดเวลาลงเยอะๆ ได้ ... ผมว่าเปลี่ยนก็ดีแฮะ ... คืนนี้ว่าจะลองเล่นดูครับ ซึ่งใน assignment เขาแนะให้ใช้ Apache Lucene ที่เป็น Java library สำหรับจัดการ index และการค้นหาที่มีประสิทธิภาพตัวนึง ... ผมไปเจอ lucene tutorial เข้าโดย google ที่เป็นล่าสุด (กระมัง) ... คืนนี้แหละ ... ขอชำแหละหน่อยเถอะนะ ... คริคริ

ว่าแต่ ... จะเก็บ index ลงในฐานข้อมูลเนี่ย ... ใช้ lucene ยังไงหว่า ? ... ใครรู้มั่งขอรับ T_T เง้อ ...


Tutorial มันก็มีแยะแฮะ
- http://www.devx.com/Java/Article/27728/0/page/1
- http://darksleep.com/lucene/
- http://www.onjava.com/pub/a/onjava/2003/03/05/lucene.html
- http://kalanir.blogspot.com/2008/06/creating-search-index-in-database.html
- http://oak.cs.ucla.edu/cs144/projects/lucene/index.html

Introduction to Database

10/06/09

เฮ้อ ... ท่าทางเมื่อวานจะเหนื่อยล้าจัดจริงๆ ... เพราะเข้านอนตั้งแต่เที่ยงคืน ... ตื่นอีกทีสิบโมง แบบว่าไม่รู้สึกตัวเลยว่าสะดุ้งตื่น แต่ก็แอบหลับต่อจนเที่ยง ... จนน้องหมีโทรหาครับ

น้องเค้าโทรมาปรึกษาเรื่อง database เห็นว่าจะทำ presentation เกี่ยวกับเรื่อง database ที่อาจารย์ให้เป็นโจทย์ไว้ ... ผมก็เลยต้องตื่นซะหน่อย ... เหอะๆ

ตื่นมาก็หาหนังสือมาอ่านเกี่ยวกับเรื่อง Information Retrieval อีกซะหน่อย ... ยังข้องใจ เหมือนตัวเองยังศึกษามาดีไม่พอยังไงยังงั้น

เปิดๆ ดูจากที่โหลดๆ เก็บๆ ไว้ (เพราะที่หอจะต่อ internet ไม่ได้ในช่วงเช้า 8:40 - 16:30) พบว่ามี slide ของคุณ James H. Martin เขียนไว้ดีมากครับ ... เลยคิดว่า "ทำไมเราไม่รู้จักอ่านอันนี้น้า .... แล้วทำสุ่มๆ ไปเนี่ย ... เสียเวลาจริง" อีกใจนึงก็ทำให้คิดได้ว่า "ผลของการไม่เข้าใจในศาสตร์อย่างถ่องแท้ ก็ให้ผลแบบสุ่มๆ เช่นนั้นแหละ ... จะเสียใจไปใยเล่า" เป็นกรรมจริงๆ ... แค่นี้ก็พิสูจน์เล็กๆ แล้วว่าเป็นเรื่องของกรรม ... T_T

ส่วนหนึ่งของ slide lecture ของเขาก็ใช้หนังสือ IIR ที่อาจารย์กานดาเคยให้ลิงค์ผมเพื่ออ่านเหมือนกันครับ เป็นหนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่งครับ (แต่ผมก็อ่านไม่จบอีกเหมือนเคยแฮะ)

พอได้อ่าน slide lecture แล้ว ก็เห็นว่าเค้าเขียนได้ดีมากครับ ... อ่านแล้วเข้าในง่ายดี ... ตอนนี้ก็เลยคิดว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้วิธีที่เขาให้ assignment ดีหรือเปล่าหว่า ... ถ้ามันลดเวลาลงเยอะๆ ได้ ... ผมว่าเปลี่ยนก็ดีแฮะ ... คืนนี้ว่าจะลองเล่นดูครับ ซึ่งใน assignment เขาแนะให้ใช้ Apache Lucene ที่เป็น Java library สำหรับจัดการ index และการค้นหาที่มีประสิทธิภาพตัวนึง ... ผมไปเจอ lucene tutorial เข้าโดย google ... คืนนี้แหละ ... ขอชำแหละหน่อยเถอะนะ ... คริคริ

ประมาณบ่ายสามกว่าๆ น้องหมีก็โทรหาครับ ... ผมก็ไปที่ไบเต้ง ไปเล่า Intro database ให้ฟังนิดหน่อย ... แต่ไม่รู้ว่าน้องเขาเข้าใจมากน้อยเท่าไหร่ ... เพราะเรื่อง database ถ้าไม่มีพื้นก่อนมันก็ทำความเข้าใจยากหน่อยแหละ แต่ผมว่าน้องเขาพอมีพื้นอยู่เหมือนกันนะ ;)

เสร็จแล้วก็เลยกลับห้อง ประมาณ 5 โมงเย็น ... ไม่ขึ้นแลป ... แหะๆ ... ยังเหมือนเพลียๆ อยู่ ... ขอนอนต่อตอนประมาณ ทุ่มครึ่ง ก่อนล่ะกัน

ว่ายน้ำกันเถอะ

09/06/09

วันนี้หลังจากทำงานเสร็จ (แหม ... รู้สึกสดชื่นเลยล่ะ) ก็รีบออกมาเพื่อไปว่ายน้ำตอน 5 โมงเย็น ... เพราะสระจะเปิดตอน 5 โมงเย็น คิดว่าคนจะน้อยแหละ

เป็นไปตามคาด ... ผมไปเป็นคนแรกครับ ... ยังไม่มีใครลงสระเลย ^^" ก็เลยเล่นน้ำอย่างสบายใจ

สระที่มหาวิทยาลัยเป็นสระในร่มครับ ... น้ำอุ่นด้วย ไม่เย็นอย่างที่คิด คลอรีนก็ไม่เข้มข้นมาก มั่นใจได้เลยว่าว่ายที่นี่จะไม่แสบตาเท่าไหร่

ผมว่ายไปได้สักสิบนาที ก็มี นร. ต่างชาติ มาว่ายด้วยเรื่อยๆ ครับ แล้วก็เริ่มเยอะขึ้นๆ จนแทบล้นลู่ ... อย่างลู่ผมก็มีอย่างน้อยสามคนครับ T_T

ผมว่ายได้ หนึ่งชั่วโมง ก็ลาสระเลยล่ะกัน ... คนเยอะ แถมไม่มีเพื่อน ก็เลยกลับห้อง เผื่อจะไปซื้อกับข้าวต่อ

กลับถึงห้อง หกโมงกว่าๆ เห็น msn พี่แม็กทักมาตอน ห้าโมงสองนาทีว่า วันนี้มีว่ายน้ำตอนหกโมง ... เฮอะๆ ... ผมไปว่ายมาแล้วง่ะ ... เข้าห้องซักพักก็แต่งตัวใหม่ เอากระเป๋าตังค์ไปด้วย เผื่อว่าจะไปซื้อเสบียงเข้าห้องซะหน่อย

แวะไปที่สระอีกครั้ง ดูว่ามีใครไปว่ายน้ำมั่ง แล้วก็อยากคุยเล่นด้วย ก็เจอพี่จั๊บ, อ.โอ๊ต, พี่เอก คุยกันอยู่ ... แต่เห็นมีพี่จั๊บว่ายคนเดียว นอกนั้นไม่ว่าย ส่วน อ.โอ๊ต ก็เห็นว่าจะไปซื้อของเหมือนกัน ก็เลยชวนๆ กันไปซื้อของครับ (ดีๆ มีคนไปด้วย)

แต่ ... ดูเหมือนงานเข้า อ.โอ๊ต เล็กน้อย ... ทำให้ผมได้ไปคนเดียวเช่นเคย ... ทีแรกก็โลเลอยู่ว่าจะไม่ไป ... ไหนๆ ตัดสินใจแล้ว ก็ไปมันซะเลย

ผมซื้อมาก็ไม่ได้วางแผนมากมายว่าจะทำอะไรทานหรอกครับ ... หลักๆ ก็ควรมี
- ผักกาดขาว
- มะเขือเทศ + หมูสับ << ไว้ทำน้ำพริกอ่อง
- เนื้อหมู ... เผื่อจะได้เอาใส่ราเมง
- กุ้ง ... รอบนี้ฟลุ๊กเจอแฮะ
- พริกหยวก
- หอมหัวใหญ่
- ชานม
- ขนมปัง

เที่ยวนี้ไปหิวจัด ... เลยซื้อ ปลาไข่ทอด กับข้าวปั้นกินด้วยซะเลย ... เง้อ ...

รวมเบ็ดเสร็จจ่ายไปเกือบๆ 2200 เยน ... ซึ่งทีแรกตั้งไว้ไม่เกิน 2000 เยน ... เป็นเพราะความอยากแท้ๆ

จากนั้นไปร้าน 100 เยน Nan-ja-mura ไปหาซื้อไฟหน้าติดรถ กับมีดสองคมที่พี่จั๊บฝากซื้อซะหน่อยครับ

เสร็จภาระกิจทั้งหมด กลับถึงห้องก็สองทุ่มครึ่งครับ ... โอว ... เหนื่อยพอสมควรนะเนี่ย ... ทั้งว่ายน้ำและปั่นจักรยาน ... เง้อ ...

เอา dryrun กับ formalrun ลงฐานข้อมูล

09/06/09

อื้ม ... วันนี้เลขวันที่ดูสวยดีนะ ^^"

เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยการมาทำงานเช้าาาาาาา 8 โมงครึ่ง ... อิอิ ... รอบวันของเดือนเลยก็ว่าได้

วันนี้ผมเขียนแผนการทำงานไว้คร่าวๆ ว่า

- จัดการเอาไฟล์ทั้ง dryrun และ formalrun ทำเป็น index ซะหน่อย
- รัน CalculateTf ซะหน่อย

เจ้า dryrun กว่าผมจะเข้าใจก็ใช้เวลาพอควรครับ ... ทั้งๆ ที่ควรจะเข้าใจตั้งแต่ทีแรกว่า มันเป็นไฟล์สำหรับทดสอบก่อนการรันจริง ... ส่วน formalrun ก็ตรงข้ามกับ dryrun ครับ ... เอาไว้รันจริง

ทำ task เสร็จแล้วก็เกือบๆ 5 โมงเย็น ... ซึ่งวันนี้กะว่าจะไปว่ายน้ำซะหน่อย ... แต่ก็ง่วงๆ เหมือนกันแฮะ แต่ขอออกกำลังกายล่ะกันนะ ^^"

Monday, June 8, 2009

เล่นกับแรงแม่เหล็กภายในร่างกาย ภาค 2

09/06/09

ไอ้หยา ... ช่วงนี้มันเป็นไรเนี่ย ...

ผมเข้านอนประมาณตี 2 ... สะดุ้งตื่นอีกแล้ว ... แล้วก็นอนไม่หลับตอนตี 3 ... ทำไงดีล่ะ? ... ก็เลยลุกมานั่งสมาธิเดินลมปราณซักหน่อย ... ทำไปงั้นๆ แหละ

และก็อีกหรอบเดิม ... ผมลองเล่นกับแรงแม่เหล็กอีกครั้งครับ ... คราวนี้เหมือนแรงอ่อนกว่าเมื่อคราวที่แล้ว แต่เห็นชัดขึ้น แน่นขึ้น อาจเป็นเพราะผมกำหนดให้มันมีขนาดเล็กลงด้วยกระมัง

รอบนี้ผมลองม้วนแรงให้เป็นวงกลมด้วยแหละ ... ก็แปลกใจดีว่า ... มันทำได้ด้วยแฮะ ไม่ได้เกิดจากการทำเล่้นๆ ด้วย ... อันนี้จริงๆ เพราะมีความรู้สึกตลอดเวลาที่ม้วนว่า มีแรงหน่วงๆ ต้านข้างนอกไว้สม่ำเสมอนี่แหละ

จากนั้นผมก็ึคลายแรงออก ... คิดว่าจะหาอะไรมาพิสูจน์มันซักหน่อย ... นึกได้ว่า ถ้าเป็นแรงแม่เหล็กจริง มันน่าจะกระทำกับเข็มทิศได้ ... ว่าแล้วก็เปิดไฟ เอาพวงกุญแจตัวเองมาตั้งไว้ (พวงกุญแจมีเข็มทิศด้วย) กะว่ารวมพลังแน่นๆ เหมือนเมื่อกี้ได้ก็จะเอามันไปครอบเข็มทิศจะดูว่ามันกระดิกป่าว

จนแล้วจนรอด ... ผมไม่สามารถรวมพลังได้อีกเลย ... ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเปิดไฟหรือเปล่า รวมได้ก็เพียงชั่วครู่ ไม่สามารถปั้นเป็นก้อนกลมๆ ได้เหมือนที่ผ่านมา ... ก็เลยคิดว่า ตัวเองคงพลังหมดชั่วคราวกระมัง ... แต่ก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไหร่นะ ... สักพักก็ถอนทั้งหมดออกมา แล้วก็ข่มตานอน กะว่าจะลองนับดูว่า นอนไปตอนหายใจเข้าหรือออก ... แต่ ... ไม่เคยรู้หรอกครับ ... แหะๆ

... เอาเป็นว่า คืนนี้ก็หลับๆ ตื่นๆ อีกเช่นเคย ... แต่ก็ตื่นเช้าไม่เพลีย แล้วมาที่แลป 8 โมงครึ่งล่ะกัน ... อิอิ

ท้ายนี้ ... ผมกะว่าจะลองหา qlink มาใส่ซักหน่อย เผื่อจะเพิ่มพลังในตัวให้มีสมาธิเพิ่มขึ้นอีก ... ไม่รู้จริงหรือเปล่า? ต้องพิสูจน์ต่อไปครับ ... qlink japan

Clear กับข้าวป้าเจน

08/06/09

วันนี้นัดกันทุ่มนึงทานข้าวห้องพี่เดียร์ ... แต่ผมไปสายหน่อย เพราะติดคุยกับ dtac อยู่ครับ

พอไปถึงก็ไปทานขนมจีนครับ ... พี่เดียร์ทำแกงหน่อไม้อีกหน่อย ... อร่อยดีครับ ... ผมซัดไปสองจานกับเบียร์อีก น่าจะรวมๆ เป็น 2 กระป๋องยาวกระมัง

วันนี้ในปาร์ตี้ เหมือนผมจะพูดน้อยหน่อย ... สงสัยเป็นผลจากการอ่านนิยายธรรมะล่ะมัง เหอะๆ

ค่าข้าววันนี้ก็คนละ 731 เยนครับ ... ยังไม่รวมค่าเบียร์ .. เพราะเจ้าของเบียร์กลับก่อนซะงั้น

เลิกปาร์ตี้ก็ประมาณ 5 ทุ่มครับ

ยกเลิกการโอนสายโทรศัพท์แล้ว

08/06/09

หลังจากว่ายน้ำเสร็จผมก็กลับห้องประมาณทุ่มกว่าๆ ... แล้วก็ต่อเน็ตดูงานจาก BIOTEC ซะหน่อย จากนั้นก็เลยคิดว่า ไหนๆ ก็คิดจะยกเลิกการโอนสายโทรศัพท์แล้ว ก็ยกเลิกวันนี้เลยล่ะกัน

ผมเลยเข้าไปที่เว็บ dtac เพื่อติดต่อแบบออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้าผมเคยใช้บริการมาก่อนแล้วครับ ... และบริการเขาดีมากๆ เลย ... ทำให้ประทับใจ และบริการนี้เหมาะกับพวกติดอินเตอร์เน็ตอย่างผมด้วยครับ

อันดับแรกผมก็ทำธุระเรื่องยกเลิกการโอนสายตลอดเวลา จากที่โอนให้แฟน ก็ยกเลิกไปเลยให้เป็นโทรศัพท์ปกติ ... เหตุที่ยกเลิก เพราะเห็นช่วงนี้แฟนเครียดอยู่บ่อยๆ ก็เลยไม่อยากให้งานหรืออะไรของผมไปกระทบ ก็เลยขอยกเลิกเลยดีกว่า ... จากนั้นก็เป็นการสอบถามเรื่องอื่นๆ ที่ยังข้องใจอยู่ และขอมาเล่าสู่กันฟังครับ
ในกรณีที่เราใช้บริการ roaming อยู่นั้น หากมีการโทรจากเพื่อนเราที่ไทย เข้ามือของเรานั้น ทาง dtac จะคิด rate ค่าโทรขั้นต่ำทันที 1 นาที นั่นคือ จะมีหรือไม่มีคนรับก็ตาม ก็จะเสีย rate การรับสาย ... ซึ่งถ้าผมอยู่ที่ญี่ปุ่น ผมก็ต้องเสียประมาณ 24 บาท
ในเรื่องของ MMS เครือข่ายที่จะส่ง MMS ได้จะต้องเป็นเครือข่ายของ Vodafone KK เท่านั้น (แต่ผมใช้ Softbank ก็เหมือนส่งได้นะ) ส่วน rate ก็ประมาณนี้ครับ
การส่ง mms = อัตราค่าบริการ MMS ของ Dtac + อัตรา GPRS Roaming x ขนาดของภาพเป็น KB

การรับ mms = อัตรา GPRS Roaming x ขนาดของภาพเป็น KB
อัตราดังกล่าวเป็นอัตราโดยประมาณอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการในต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และสามารถส่งได้เฉพาะเบอร์ Dtac, Orange, Ais และ Hutch ... อันนี้ผมงงครับ ... บ้านเรามีค่ายไหนอีกที่นอกจาก 4 ค่าย ที่ operator บอก ? ... TOT ? CAT ?
ส่วนคนส่งที่ไทยก็จะคิด rate เหมือนปกติส่งไทย
ในกรณีของ sms = อัตราค่าบริการ 12 บาท / sms ทุกประเทศ ทุก operator เริ่ม 13/12/50 เป็นต้นไป
ที่มา: http://www.dtac.co.th/tha/services/interservice/roaming_countries_country.php#1

ว่ายน้ำหน่อยดีกว่า

08/06/09

ผมตัดสินใจแล้วว่า ... ช่วงนี้ผมเกิดโรคเครียดโดยไม่รู้สาเหตุ ดังนั้นการคลายเครียดผมก็ต้องใช้สมองซีกขวาให้มากๆ ... แต่ กล้องดันพังซะนี่ ก็ขอเปลี่ยนเป็นไปออกกำลังกายล่ะกัน

วันนี้ไม่ได้เข้าแลป เพราะตื่นมาก็เย็นแล้วครับ ... อาการนี้เป็นมาหลายอาทิตย์เหมือนกัน ... อาการประมาณว่าหมดกำลังใจทำงาน T_T ... อาการนี้มักไม่ทราบที่มาที่ไป หรือสาเหตุ ส่วนใหญ่จะเป็นมาดื้อๆ แล้วจะมาทราบภายหลังว่า "เครียด" คำว่า "เครียด" นี่แหละอันตรายต่อสุขภาพมาก ... เพราะโดยส่วนใหญ่คนเรามักจะเป็นโรคเครียดกันในปัจจุบัน สำหรับผม ความเครียดมักมากับตอนไม่รู้ตัว ... แต่ผมมีหลากหลายวิธีในการกำจัดความเครียด ... ซึ่งการกำจัดความเครียดมันก็ไม่เหมือนกันในแต่ละคนอยู่แล้วด้วย ... เพราะฉะนั้น ก็ต้องรู้จักตัวเองนิดนึงก่อนที่จะกำจัดความเครียด :)

วันนี้ ... ตอนเย็นก็เลยไปว่ายน้ำออกกำลังกายซะหน่อย ปั่นจักรยานไปก็เจอสาวนิ่มร้องเรียกชื่ออยู่บนยิม ... พอดีนิ่มกำลังวิ่งอยู่ สักพักสาวปลาก็ชะเง้อมอง ... ผมก็เลยปั่นจักรยานไปจอด แล้วไปหาซื้ออะไรกินที่โรงอาหารก่อน แล้วไปที่สระ

พบว่าแต่ละลู่ก็เต็มไปหมดแล้ว ไม่มีลู่ว่างให้ว่ายน้ำเลย ... แต่ก็ไม่เป็นไร ไปเล่นกับเพื่อนกับน้องก่อน ... สักพักค่อยลงมาว่ายตอน 6 โมงเย็น ... เพราะนัดกับ อ.ฉัตร ไว้

วันนี้ว่ายน้ำเกือบๆ ชม. แหละครับ ... แต่รู้สึกว่าจะเริ่มว่ายผิด step แระ ... เพราะฮุบเอาน้ำบ่อยๆ ซะงั้น

Lunch at Aj.Chat's room

07/06/09

นั่งเล่นที่ห้องสักพักก็เกือบๆ เที่ยงแล้วครับ ... จากนั้นเราสองคนก็ไปที่ห้อง อ.ฉัตร ... ว้า ... มื้อนี้ต้องฝากท้องที่ห้อง อ.ฉัตร ซะแล้ว เหอะๆ ... ที่ห้องเสบียงยังไม่ได้ซื้อเข้าน่ะนะ

ข้าวเที่ยงมื้อนี้ก็เป็นแกงเขียวหวานเนื้อ กับต้มข่าไก่ ฝีมือป้าเจนเองแหละครับ ทำเยอะอีกตามเคย ... ประมาณว่าเมื่อวานก็มี party ที่บ้านป้าเจนนั่นแหละครับ ก็เลยแบกกลับกันมา

มื้อนี้ก็อร่อยดีครับ ... ได้นั่งคุยเล่นกับ อ.ฉัตร หลังจากไม่ค่อยได้คุยกันนานด้วย :)

กลับจาก home stay แล้ว

07/06/09

หลังจากหลับตาลง ... ผมก็ยังนอนไม่หลับหรอกครับ ... แต่ก็มีบางทีที่เหมือนหลับอยู่เหมือนกัน

ครึ่งหลับครึ่งตื่นจนเกือบ 9 โมง ... คุณป้าก็เปิดประตูมาปลุกเรียกทานข้าวครับ

ข้าวเช้าสำหรับมื้อนี้ พี่แม็กเรียกว่าเป็น ปลาแห้ง ครับ ... ซึ่งมันก็เป็นปลาซัลมอนท่อนนึงแห้งๆ ย่างเกลือนิดๆ จริงๆ แหละครับ

แต่สำหรับเช้านี้ ประทับใจที่ กับข้าวเยอะมากครับ ... ทั้งเครื่องเคียง เป็นผักผัดไข่, มิโซะซุป, สลัดผัก, ไข่ยัดข้าว, ไส้กรอก, ผักลวก และอื่นๆ อีกตรึม ทำเอาตื้นตันมากครับที่ต้อนรับกันขนาดนี้ ... น่าเสียดายที่เช้าๆ ผมทานได้น้อยนี่แหละ ... แหง่วเลย

ข้าวสวยสำหรับคราวนี้ ... อร่อยมากครับ หุงได้พอดี, นุ่ม, หอม ถึงจะไม่เท่าหอมมะลิบ้านเราก็ตาม แต่ก็ทำให้ประทับใจในความสุดยอดของคราวนี้ได้ครับ ... ยากจะลืมเลือน

ผมขอทานถ้วยเดียว พี่แม็กขอสอง ... พอทานเสร็จ เราก็ไปช่วยล้างจานครับ ... ตามธรรมเนียมคนญี่ปุ่นเค้าไม่ให้แขกบ้านไปทำงาน หรือไปล้างจานอะไรเช่นนี้หรอกครับ ... แต่เช่นเดียวกัน คนไทยเรามักชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็อดไม่ได้ว่า ทานข้าวบ้านท่าน ไม่ช่วยท่านแล้วนิ่งดูดายเนี่ย ... มันขัดๆ อย่างไรชอบกล ก็เลยต้องอาสากับพี่แม็ก (ผมตามไปแหละ) ไปล้างจานซะหน่อย ^o^a

พอล้างจานเสร็จก็มานั่งพักสักหน่อย สักครู่ผมจึงไปอาบน้ำก่อนพี่แม็กครับ

ในระหว่างที่อาบน้ำยังไม่เสร็จ กำลังถูสบู่อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ... พบว่าเป็นพี่แม็กครับ ผมเนี่ย ถูสบู่ยังไม่ล้างเลย ... พี่แม็กก็บอกว่า Hoshi-san (host home stay) เค้ามารับแล้ว จะพากลับให้รีบอาบครับ ... ซึ่งผมก็รีบอาบเลยทีเดียว

พอแต่งตัวเสร็จ ก็ท่าทางรีบๆ จะออกไปทันที แต่ก็ไม่ลืมของอันใดครับ ... เจอลูกชายของ Hoshi-san (Katsuyoshi) คิดว่าคงมาจากไซตามะเลยทันทีที่ทราบข่าวเมื่อวานกระมังครับ ... พวกเราก็เลยคิดว่า คงเข้าโรงพยาบาล ... ระดับหนึ่งแหละ

แล้วพวกเราก็ขึ้นรถกลับกิไดครับ ... ระหว่างทาง Hoshi-san ขับรถเร็วพอสมควรครับ ... เหอะๆ ... คงรีบมากแน่ๆ ... ถึงหอก็น่าจะประมาณสิบโมงกว่าๆ ครับ ... แล้วพี่แม็กก็มานั่งเล่นห้องผมสักพักก่อนไปห้อง อ.ฉัตร ด้วยกัน

เล่นกับแรงแม่เหล็กภายในร่างกาย

07/06/09

ผมนอนไม่ค่อยหลับ ... คิดว่ามันผิดเวลาการนอนด้วยกระมัง ... ทำให้ตื่นกลางดึกมาตั้งแต่ตีสาม ... จากนั้นข่มตายังไงก็ไม่หลับง่ะ

ประมาณตีสี่ได้ ... ผมลุกขึ้นมานั่งสมาธิเล่นๆ ... แต่ก็นั่งไม่ได้เท่าไหร่หรอกครับ จิตกระเจิงหมด ข่มได้ไม่นาน ก็เลยลองเดินลมปราณเล่นอีก ... อันนี้ เหมือนกับสมาธิไม่มี ยังกระแดะเดินลมปราณอีกซะงั้น T_T แล้วมันจะได้เหรอ ...

ผมก็ไม่รู้นะว่าทำถูกทำผิด ... แต่ไม่รู้ว่าอุปาทานมันหลอกว่าตัวร้อนป่าว ... แต่ผมเป็นคนสั่งให้ขนลุกได้ทั่วร่างกายน่ะ ... เลยไม่รู้ว่าเป็นไง

พอขี้เกียจเล่นกับปราณ ... คราวนี้ผมมาเล่นกับพลังแม่เหล็กในร่างกาย ... (อันนี้ได้อ่านมาจากกรรมพยากรณ์อีกนั่นแหละ) ... เกิดสนุกสิครับ ... เพราะมันเหมือนมีพลังจริงๆ น่าจะอารมณ์ประมาณว่าสะกดจิตตัวเองประมาณนั้นกระมัง หรือคิดไปเองก็คงไม่ใช่

ผมก็เลยลองพิสูจน์ดูว่า มันจริงเท็จแค่ไหน ไม่ได้เกิดจากอุปาทานจริงๆ ... คือ ตอนที่ผมทำนั้น ผมนั่งสบายๆ กับพื้น แล้วก็ยกมือขึ้นขนานกับพื้นให้ห่างกันประมาณ 20 ซม. จากนั้นก็ค่อยๆ เพ่งไปที่มือ กำหนดว่ามีแรงวิ่งวิ่งมา สักพักไม่นานก็มีความรู้สึกว่า มันมีแรงหน่วงๆ สักอย่างระหว่างมือ เลยลองขยับเข้าขยับออก ก็เป็นแรงที่หน่วงๆ และเป็นการใช้ประสาทมือสัมผัสได้จริง ... สนุกล่ะทีนี้ ... ผมก็เลยเล่นขยับมือเข้าขยับมือออกดูว่าแรงมันผ่อนหนักผ่อนเบาอย่างไร

พบว่า ... เมื่อขยับมือออกห่าง ความหนาแน่จะบางลง แต่เมื่อขยับมือเข้า ความหนาแน่นของแรงนั้นจะเพิ่มขึ้น และแน่นขึ้นเรื่อยๆ เป็นเหมือนดังทฤษฎีของความเข้มข้นทั่วๆ ไปน่ะครับ

เพื่อดูว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอุปาทาน หรือการคิดไปเอง ... ผมเลยตั้งข้อคิดว่า แรงนี้มันอาจจะเกิดจากการเคยชิน หรือความหน่วงของร่างกายที่วางแขนวางมือในลักษณะนี้นานๆ ... คราวนี้เลยเปลี่ยนระนาบมันนิดหน่อย โดยให้มือข้างขวายกสูงขึ้นกว่าเดิม กะให้พ้นมือข้างซ้ายไปเลย ... นี่แหละครับ ... ทำให้พบได้ว่า มันไม่ได้เกิดจากการคิดไปเอง มันเป็นแรงจริงๆ เพราะเมื่อขยับมือเข้าและออกแล้ว ผมไม่พบแรงหน่วงหรือต้านมือไว้เลย ... แต่กลับไปการกวาดอากาศธาตุซะงั้น

... พอคิดเช่นนี้ก็นึกสนุกครับ ... เพราะคิดว่า ถ้าเราควบคุมแรงได้ เราก็เหมือนจะทำอะไรได้หลายอย่าง ... ผมก็เลยลองเล่นว่า ถ้าผมกำหนดให้มันเป็นแรงดูด หรือแรงผลักล่ะ ... ผลจะเป็นอย่างไร?

คิดแล้วก็ทำเลยครับ ... พอกำหนดเข้าเท่านั้นแหละ ... บอกว่าเป็นแรงผลัก ... ผมก็มีความรู้สึกว่า แรงมันมีขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ผมวางมือไว้แบบหลวมๆ ไม่ต้านแรง) มือผมก็ค่อยๆ ผละออกจากกันทีละน้อย จนถึงจุดอิ่มตัวช่วงหนึ่ง เข้าใจว่า ผมมีแรงเท่านั้น ก็เลยกำหนดได้เพียงเท่านั้นเอง ... จากนั้นผมก็เปลี่ยนมาเป็นแรงดูด มือก็เริ่มขยับเข้าหากัน ... แต่ก็ไม่สามารถดึงมาติดกันได้เลย อาจเป็นเพราะสมาธิ หรือความแน่วแน่ หรือแรงผมอาจจะยังไม่ถึงก็ได้ ก็เลยเห็นผลเพียงแค่นี้

โอย ... เล่นแค่นี้ก็เหนื่อยแล้วครับ แต่สนุก ซ้ำยังไม่ง่วงนอนซะงั้น ... แต่ก็ต้องจำใจกดตานอน ไม่งั้นพรุ่งนี้กลัวเพลียอ่ะดิ ... ก่อนนอนก็ดูนาฬิกา พบว่าที่นั่งๆ ไปก็เกือบๆ ชั่วโมงซะงั้น ... อาจจะเป็นครั้งแรงที่นั่งแบบมีสติ (แต่อาจจะไม่มีสมาธิ) ได้นานที่สุดก็ได้ครับ ... เหอะๆ เพราะนั่งไปเล่นไปนี่แหละ ... เง้อ ...

สรุป ... สนามแม่เหล็กภายในร่างกายผมกะว่าจะพิสูจน์ต่อไปอีกหน่อย ^__^" ดูสนุกดีเหมือนกันเน่อ

D70s has shutter problem Err again

06/06/09

เออะๆ ... เอาอีกแล้วก็เจ้า Nikon D70s ... มีปัญหาเรื่อง Shutter เหมือนเดิมครับ ... ปัญหานี้คือ หลังจากกด Shutter ลงไปแล้ว จะพบ Err บนจอเล็กๆ ของมัน ... คราวที่แล้ว พอขึ้น Err ก็จะกด Shutter อีกไม่ได้เลย แต่คราวนี้กดไปแล้วขึ้น Err ก็จริง แต่ก็ยังกดต่อได้อีก แต่เสียงที่ได้ยินจะเป็นเสียงรัวของกระจกสะท้อนครับ ... อ้าว ... รบกวนพี่แก้มอีกแระ ... เริ่มโทรหาพี่แก้มเลยคร้าบบบบ

ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ใช้กล้องนี้เลยตั้งแต่งานส่งน้องแพรว ... แล้วก็เพิ่งนำมาใช้อีกนี่แหละครับ แล้วก็ไม่คิดว่าจะตกหรือกระทบอะไรมาก่อนอีก ... แต่ก็มาเจอเอาตอนที่มา home stay แหละ

อาจจะเป็นไปได้ว่า ... ตอนที่ผมกำลังออกจากบ้าน home stay นั้น ... ผมวางกระเป๋าลงข้างๆ (ด้านขวา) แล้วก้มลงใส่รองเท้า ... ตอนนั้นเอง ผมอาจจะไม่ได้ระวังเท่าไหร่นัก ทำให้กระเป๋ามันตกลง ซึ่งพี่แม็กเองก็เห็นเหตุการณ์โดยตลอด ก็เลยถามว่า ... "ทำไมวางกระเป๋าแรงจัง" ... โถ่พี่ ... ผมไม่คิดจะวางวันแรงหร้อก ... อันนี้มันต๊กโดยไม่ตั้งใจ๊ ... -__-"

แค่นั้นแหละ ... เป็นเรื่องเลย ... เง้อ ...

HOME Stay กับเทศการว่าว

06/06/09

ตื่นเช้ามาก็สายหน่อย ... วันนี้นัด home stay ไว้บ่ายโมงครับ ... จากที่ติดนิยายอยู่ก็ยังอ่านก่อนแล้วค่อยไปอาบน้ำ

พออาบน้ำเสร็จก่อนบ่ายโมงประมาณ 10 นาที ผมก็หาโปรแกรสำหรับอ่าน pdf บนมือถือ ... กะว่าจะอ่านกรรมพยากรณ์บนมือถือซะหน่อย

ผมเอามือถือ Sony Ericsson W910i ซึ่งแลกกับน้อง (ของผมรุ่น W810i) ก่อนมาญี่ปุ่นด้วย เพราะว่ามันรองรับ 3G และเอามาใช้เป็นโทรศัพท์ฉุกเฉินด้วย

แต่จนแล้วจนรอด ... ผมก็หาโปรแกรมสำหรับอ่าน pdf บนมือถือไม่ได้ซักที ... เฮ้อ ... ลำบากจริงๆ แต่ก็ต้องไปแล้ว ... ไม่น่าหาเลย ทำให้ home stay เค้ารอไปเกือบสิบนาที และพี่แม็กมาตามด้วย ... เง้อ ... ซึ่งวันนี้คุณแม่ (ภรรยาของ Hoshi-san << เจ้าของบ้าน) เค้าเป็นคนมารับเองครับ

คราวที่แล้วที่พักช่วงปีใหม่ พี่แม็กว่าครั้งหน้าจะทำอาหารไทยด้วย ... คราวนี้มา ไม่ค่อยได้เตรียมกันเท่าไหร่ครับ ... ก็จับพลัดจับพลูทำข้าวหมูแดงหมูกรอบ ... โดยใช้น้ำราดเป็นผงโลโบเคี่ยวครับ

สถานีแรก ที่ไปก็เป็นบ้าน home stay หลังเดิม ... โอก้าซัง ก็ให้เอาของไปเก็บข้างบนให้เรียบร้อยก่อนเดินทางไปดูว่าว ... อ้อ ... ผมลืมบอกไปว่า ... จุดประสงค์ของการมา home stay ครั้งนี้คือ มาดูว่าว (たこ祭り)ครับ

จากนั้นก็เอาไข่, ข้าวสารที่บ้าน แล้วก็เก็บแตงนิดหน่อย เพราะเค้าปลูกเองด้วย ... สถานีที่สองก็เป็น (ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร) ตลาดล่ะกัน ... เพราะไปซื้อหมูสามชั้นกับแตงอีกนิดหน่อย เพราะที่เก็บมามันมีติ๊ดนึง

มุ่งต่อไปสถานีที่สาม ... เป็นบ้านญาติเค้าอีกหลังนึงครับ ติดกับงานเทศกาลว่าวเลย ... เหอะๆ คราวนี้เค้าทำบาบีคิวกินกันด้วย ส่วนผมกับพี่แม็กก็เข้าครัวไปทำหมูกรอบครับ ... หมูแดงไม่ได้ทำ ... มันทำยาก ... เหอๆ (แค่เจ้าหมูกรอบเนี่ย ... ยังไม่รู้เลยว่าโอป่าว ... ฮ่าๆๆ)

ผมกับพี่แม็กก็สุ่มๆ สูตรทำหมูกรอบลวกๆ เอา เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ด้วยนี่ดิ ... วิธีที่ทำก็ ใช้เครื่องปรุงหมักเป็นเกลือ, พริกไทย ... แค่นี้แหละ แต่หลังจากนั้นก็จะมีแป้งทอดกรอบอีกหน่อย ... อิอิ

ทำมั่วๆ กับพี่แม็กสองคน ... มันส์ดี ... เริ่มต้นก็เอาเนื้อหมูมาล้างก่อนครับ ... จากนั้นก็กรีดเนียนๆ แล้วโรยด้วยเกลือกับพริกไทยซะหน่อย จากนั้นก็เอาไปต้มครับ ... เดือดประมาณ 15 นาทีพอ (จริงๆ ไม่รู้หรอกว่ามันต้องเดือดนานเท่าไหร่ T_T) ช่วงที่ต้มๆ อยู่นั้น ทางเจ้าบ้านเค้าชวนไปถ่ายรูปเทศกาลครับ ... แล้วคนในบ้านก็จะเฝ้าหมูที่ต้มไว้ให้ครับ

ผมกับพี่แม็กก็ไปถ่ายรูปกันกับ home stay ครับ ... ซวยแระคราวนี้ ... กล้องผม (ซื้อจาก A แล้ว ... แต่ยังไม่จ่ายตังค์) กลับมีปัญหาอีกซะเนี่ย ... อารมณ์ประมาณเหมือนเดิมว่า Shutter มีปัญหา ... กดไปแล้วเกิด Err ... แล้วม่าน Shutter ไม่ทำงาน ... ทำไงล่ะ ... มันทำอะไรไม่ได้นี่ ก็เลยเดินเล่นซะเลย ... เหอะๆ

กลับไทยรอบนี้ พี่แม็กติดเจ้า Kiss Digital X กลับมาด้วยครับ ... พร้อม 18 - 200mm Sigma OS + PL-C โอ้ว ... เจ๋งๆ ... แล้วก็ยืม Grip พี่จั๊บมา ... แต่ ... แบตไม่ค่อยเต็มซะงั้น เพราะฉะนั้น ถ่ายรูปไปแป๊ปนึงก็ดับแล้ว ... แหะๆ

โอว ... ว่าวใหญ่มากกกกกก ... แต่ฟ้าไม่ค่อยโปร่ง บรรยากาศงานก็เหมือนงานวัดทั่วๆ ไป ... แถมกล้องพัง ... ก็เลยไม่ค่อย enjoy เท่าไรนัก ... อันนี้ home stay เค้าไม่รู้นะว่ากล้องผมพัง ... เออะๆ

เดินกลับมาที่บ้าน ... หมูสามชั้นต้มก็ยกลงมาเรียบร้อยแล้วครับ ... ขั้นต่อไปของพวกเราก็คือจัดการทอดมันซะหน่อย อ้อ ... ก่อนหน้านี้ home stay เค้าต้มไข่ไว้ด้วยครับ ... กลับมาก็อยู่ในสภาพพร้อมฝาน ... อิอิ ... รอบนี้หมูต้มก็คลุกกับเจ้าแป้งซะหน่อย แล้วก็เตรียมกระทะตั้งน้ำมันท่วมร้อนๆ ปานกลาง ... จากนั้นก็ลงมือทอดให้เหลืองนิดๆ ก็เอาขึ้นครับ

พอเสร็จขั้นตอนทอด ก็หั่นหมูเป็นชิ้นๆ ครับ ... ช่วงเวลานี้ ผมกับพี่แม็กพากันคิดว่า โอว ... มันก็ง่ายเหมือนกันนะเนี่ย ... ฮ่าๆๆ ... ดูสีสันก็เหมือนๆ ที่เรากินกันเลย ... ไม่คิดว่ามันจะง่าย ... ฮิๆ

หั่นหมู ก็ตามด้วยฝานไข่ และแตง ครับ ... จัดให้สวยงาม ... ในระหว่างนั้นก็เอาน้ำหมูแดงโลโบ้ 2 ซองเคี่ยวกับน้ำ 500ml เป็นอันเสร็จพร้อมเสริฟกับข้าวสวยร้อนๆ

เริ่มปาร์ตี้ (อันที่จริงเค้าเริ่มนานแล้วล่ะ) เราสองคนก็แบ่งหน้าที่ตักข้าว ตักกับราดน้ำ แจกจ่ายให้ญาติๆ ของ home stay ทานครับ ... ก็ได้รับเสียงคำชมว่า "โออิชี่..." อิอิ .. ก็ไม่ยึดติดกับคำยินดีครับ ... เพียงแค่เห็นเขามีความสุขจากการที่ได้ทานอาหารฝีมือพวกเราบ้างก็พอใจแล้วครับ

พอทานข้าวเสร็จ พวกเราก็ลงไปย่างเนื้อกินข้างล่าง ... บรรยากาศเนี่ย บรรยายได้ว่า ... บ้านจัดสรรที่ไม่มีรั้วบ้านรอบ และมีพื้นที่บ้านสวนเล็กๆ ตั้งเตาบาร์บีคิวสองเตา ... เตานึงผัดยากิโซบะ (มาม่าผัดล่ะกัน) อีกเตาย่างเนื้อ ... ผมกับพี่แม็กนั่งฝั่งเดียวกันบนเก้าอี้สนามเล็กๆ Hoshi-san นั่งหัวเตา, และคุณลุงอีกคนนั่งฝั่งตรงกันข้าม ... เหนือหัวขึ้นไปเป็นท้องฟ้าที่มีเมฆปกคลุมเป็นส่วนมาก อากาศลมพัดเย็นสบาย แต่ไม่มีกลิ่นไอของแดด เพราะโดนเงาของบ้านบังทั้งหมด ... เยี่ยมครับ ... ทานเนื้อย่าง กับเบียร์ เย็นๆ ... ทั้งอิ่มทั้งเมา

... พอทานอิ่ม ... คราวนี้ก็เดินเล่น จากนั้นก็เดินเข้าบ้าน นั่งดูโคนัน (ญี่ปุ่น) บนจอแบนขนานประมาณ 50" ได้ ... ถึงกับเพลินกับความใหญ่ของจอครับ ... พี่แม็กนั่งคุยกับคุณป้าคนนึงบนโซฟายาว ส่วนผมนั่งโซฟาเล็กทั้งดูทีวีไปด้วย ฟังเค้าคุยกันไปด้วย พอรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ... ประมาณ ชม. นึงได้ ... พวกเราก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับ home stay ของเราครับ .. ดูวุ่นๆ ยังไงไม่รู้

ถ้าจำไม่ผิด Hoshi-san (host home stay) ของเรา แจ้งกับพี่แม็กว่า ... ญาติเค้าคนหนึ่งไม่สบาย (พี่แม็กเล่าให้ฟังภายหลังว่า น่าจะเป็นหลานสาวคนที่ไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว) ตอนนี้อาการไม่ค่อยดี พักอยู่ที่โรงพยาบาลที่นีงาตะ ไม่สะดวกที่จะให้ค้างที่บ้าน ดังนั้นคืนนี้รบกวนพวกเราทั้งสองเปลี่ยนไปค้างที่บ้านคุณป้าแทน (คนที่พี่แม็กคุยด้วยบนโซฟา) ... ซึ่งพวกเราก็พลอยเป็นห่วงเหมือนกัน ... ใจจริงก็ไม่อยากเป็นพาระของเขาด้วยเหมือนกัน เกรงจะลำบากใจ แต่ไม่รู้จะพูดยังไงนั่นดิ T_T

หลังความวุ่นวายนั้น ... ก็แยกย้ายกันกลับบ้านครับ ... ผมกับพี่แม็กกลับไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่บ้าน home stay แล้วก็มุ่งหน้าไปบ้านป้าครับ ... ระหว่างทาง พี่แม็กบอกกับผมว่า มีความรู้สึกวว่า home stay เค้าขับรถเร็วผิดปกติ ... แสดงว่าต้องมีเรื่องร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง ... อืม ... ผมก็เห็นจริงตามนั้น

พอถึงบ้านป้า ... ดื่มน้ำดื่มท่าสักพัก แล้วก็คุยกับป้ากันหน่อย, ดูทีวีต่อสักพัก แล้วค่อยแยกย้ายกันอาบน้ำครับ ... จากนั้นก็เข้านอน

ก่อนนอนคืนนี้ ผมสวดมนต์ไม่ค่อยจบบทครับ ... ไม่ได้เอาหนังสือสวดมนต์ไปด้วย ... คืนนี้นอนกัน 4 ทุ่มกว่าเอง ...

แก้วแตก !!!

05/06/09

ช่วงนี้ติดพันเรื่องอ่านนิยายอยู่ครับ ... ก็คงหนีไม่พ้นนิยายเรื่อง "กรรมพยากรณ์ ตอนเลือกเกิดใหม่" เพราะเป็นอะไรที่แบบ ... บรรยายไม่ถูกครับ ต้องไปอ่านเองแหละ

อ่านจากไหนก็ไม่ยากครับ ... เข้าเว็บคุณดังตฤณเดี๋ยวก็เจอเองที่ http://www.dungtring.com ครับ

ตอนนี้จะเป็นตอนที่เกี่ยวกับเรื่องของกรรมที่ทำให้ไปเกิดในภพภูมิต่างๆ กัน ... ผมชอบตรงที่ เนื้อหาออกไปทาง IT และก็ Research ด้วยครับ ... อ่านแล้วเพลินดี ก็เลยใช้เวลาง่วงกับการอ่านหนังสือไปด้วย (งานการก็เอาไว้นู่นแหละ ... ทำไปแล้วสำหรับวันนี้)

ผมโหลดไฟล์ pdf มาจากเว็บครับ ทำให้ต้องอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเดียว บางทีก็อ่านแบบว่า ตั้งโต๊ะอ่านที, ดึงมาอ่านตรงที่นอนที หรือไม่ก็หมุนมาอ่านที่หัวเตียงมั่ง ... ไปๆ มาๆ อย่างงี้แล้วแต่อริยาบทไหนมื่อยก่อนกัน

... แต่แล้ว ... จนแล้วจนรอด ... มองเห็นแก้วที่เอาน้ำมาดื่มอยู่บ่อยๆ อยู่ในแนวสาย adapter notebook พอดี ก็ไม่เอะใจอะไร ... จนกระทั่ง

... ผมดึง notebook มาไว้กับตัก อ่านบนเตียง ... แต่คราวนี้ดึงมาไกลหน่อย ... ส่งผลให้มันดึงเจ้าแก้วนี้ตกลงมาแตกด้วย!!! ... โอวแม่เจ้า ... ทำไงเนี่ย ... ชิ้นส่วนแตกกระจาย แบบละเอียดๆ ก็มี แบบหยาบๆ ก็มี ต้องแบบว่าเก็บชุดใหญ่ด้วยกระมัง

ทำการเก็บแก้วต่อ ... อย่างระมัดระวังทีเดียว ... ผมต้องใส่รองเท้าแตะเข้าห้อง ป้องกันการเหยียบเศษแก้วโดยไม่ตั้งใจ (อ่านตอนพระเอกเหยียบแก้วแล้วก็เลยต้องไม่ประมาท) ... เอาเครื่องดูดฝุ่นมาดูเศษแก้ว แล้วก็เช็ดให้สะอาดเรียบร้อย แบบเท่าที่คิดว่าคงเรียบร้อยดี ... เท่านี้ครับ

ไม่รีรอเวลา ... ผมก็ขึ้นเตียงมาอ่านหนังสือต่อ โดยที่คิดว่าการที่แก้วตกครั้งนี้เป็นเพราะความสะเพร่าของเราเอง T_T

ขึ้นเตียงได้ไม่นาน ... ผมก็ต้องตกใจอีกครั้งหนึ่งหลังจากหยิบผ้าห่มขึ้น เมื่อพบว่า ... มีเศษแก้วชิ้นใหญ่หล่นใส่หมอนให้มองเห็นได้ง่ายดายนัก ... โอว ... แม่เจ้า ... เนี่ย ถ้าขืนนอนๆ ไปแบบสุ่มๆ มีหวังบาดทั้งตัวแน่ๆ และที่สำคัญ ... การแตกของมันเนี่ย กระจายไปทั่วสารทิศเลยเชียว ... การที่ผมเห็นเศษแก้วบนที่นอนนี้ก็ไม่คิดว่ามันบังเอิญหรอกนะครับ ... อะไรมันจะเหมาะเจาะเช่นนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ... ไม่ค่อยคิดหรอกว่ามันมีเรื่องบังเอิญ ... คิดแต่ว่า มันเป็นกรรมวิบาก หรือ ... มันต้องมีเหตุให้เกิด จึงได้มาเจอะเจอ ... เง้อ ... อย่าประมาทล่ะกันนะคร้าบ

Friday, June 5, 2009

เขียนโปรแกรม Calculate idf แล้ว

05/06/09

เดี๋ยวไม่ได้งานสำหรับวันนี้ ... ตื่นเช้ามาขออ่านนิยายต่อก่อนแป๊ป ... จากนั้นก็ต้องรีบเขียนโปรแกรมซะหน่อยครับ

วันนี้ผมเขียนคำนวณเจ้า idf อย่างเดียว ... ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน ... ติดตรงที่ ... ยังเอาไปรันที่ server ไม่ได้ เพราะยังสร้าง Inverted Index ไม่เสร็จนี่ดิ ... ใช้เวลานานจริงๆ ขอรับ

แผนต่อไปก็คงคำนวณเจ้า tf แล้ว ... เหอะๆ ... แต่ ... จะเอาตรงไหนมาคำนวณเนี่ย???

กรรมพยากรณ์ ตอนเลือกเกิดใหม่

04/06/09

กลับห้องมานึกมึนๆ หัว ... ก็เลยเข้านอนเลยเพื่อพักผ่อน (เหนื่อยนัก พักก่อน)

ตื่นขึ้นมา ... อารมณ์อยากศึกษาธรรม ก็เลยเปิดเว็บคุณดังตฤณหานิยายมาอ่านซะหน่อย

รอบนี้ผมตั้งใจจะอ่าน "กรรมพยากรณ์ ตอนเลือกเกิดใหม่" ครับ

พอโหลดมาแล้วก็เริ่มอ่านเท่านั้นแหละ ... ติดเลย T_T ... แทบไม่ได้นอนซะงั้น ... คืนเดียวผมอ่านไปเกือบยี่สิบบท เหอะๆ ... สนุกดีและได้แง่คิดดีๆ อีกแล้วครับ :)

BIOTEC's GBrowse

04/06/09

ก่อนเข้าเซมิ พี่เจนฝากให้ผมเอาข้อมูลไปลงใน GBrowse ซึ่งผมก็ทำเสร็จแล้วก็ msn ไปบอกพี่เจนภายในสองนาที จากนั้นผมก็เข้าเซมิ

หลังจากออกมาจากเซมิช่วงพักสิบนาที ผมก็กลับมาดูข้อมูล และก็คุยกับพี่เจนเพื่อแก้งานสักพัก จากนั้นก็ต้องเข้าห้องเซมิต่อ

หลังจากเสร็จเซมิรอบสอง ... คราวนี้ผมก็มานั่งดูข้อมูลแล้วก็คุยกับพี่เจนเรื่องการแก้ไข ซึ่งวันนี้พี่ชุมมีประชุม ก็เลยต้องดำน้ำกันสองคนกับพี่เจนซะงั้น ... แต่ผมก็มานั่งแก้ config เอาไว้เผื่อๆ ข้อมูลใหม่ๆ ขึ้นไปไว้แล้ว เพื่อให้พี่เจนแค่ copy file ไปวางให้ถูกที่ก็จะแสดงผลทันทีครับ

... เง้อ ... วันนี้แบก notebook กลับห้องดีกว่า ... วันศุกร์กะทำงานที่ห้อง ... อิอิ

Seminar เสร็จอีกวันแล้ว

04/06/09

และแล้ว ... บ่ายเซมิก็มาถึง ... ผมก็เตรียมข้อมูลไปพูดนิดหน่อย เพราะทุกอย่างมันอยู่ในหัวอ่ะครับ (หรือจะบอกว่าไม่เตรียมดีเนี่ย?)

วันนี้ผมเลือกนั่งลำดับที่ 3 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะได้พูดเร็วๆ ครับ ... เพราะเวลานั่งหลังๆ แล้วมันไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรนัก ...

พอถึงคราวผมพูด ... อ. ก็ฟังอย่างตั้งใจ และก็ให้ comment มาว่า ... ค่า idf ที่คำนวณน่ะ ok แล้ว ... เพียงแต่เจ้า posting list อันนั้นไม่ต้องไปคำนวณมันก็ได้ เพราะถ้าต้องการการค้นคืนเราถึงไปใส่ในใน posting list นั้น ... แต่นี่เราต้องการจัดหมวด แล้วก็ชมหน่อยว่า very good ... แต่วันนี้ฟังแล้วแปร่งๆ แฮะ ... เหมือน อ. ก็พูดไปว่า "อืม" แต่ไม่ได้ตั้งใจชมเท่าไรนัก T_T

สรุป... วันนี้ผ่าน seminar ไปด้วยดี ... แต่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

อ้อ ... รอบนี้ผมส่ง weekly report ไปว่างี้ครับ

Last week:
- Try to calculate tf-idf
- idf = log(N/df) ; N is the total number of documents in a collection, df is the document frequency
- I found a lot of value of idf T_T


This week:
- Try to calculate tf-idf again ...

Calculate tf-idf

04/06/09

คืนวันนี้ต้องเตรียมสัมนาซักหน่อย หลังจากแก้งานหลายงาน แล้วก็เสียเวลาไปดูงานข้างๆ ทำให้ไม่ได้ทำงานหลัก ... ผมเนี่ยตัวมารเยอะเหมือนกันแฮะ

วันนี้เขียนโปรแกรมคำนวณค่า tf-idf จากฐานข้อมูลตัวอย่างบน notebook ตัวเอง ... เพราะอย่างที่ได้บอกไปว่าผมเผลอไปลบข้อมูลทั้งฐานข้อมูลจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ซะงั้น ... แหง่วๆ เลย

ผมคำนวณค่า tf-idf จากฐานข้อมูล inverted-index ที่ผมเก็บข้อมูลดังนี้

term-----doc_freq-----posting_list

โดย doc_freq ผมได้มากจากว่า term นั้นๆ ปรากฎกี่อยู่ในกี่เอกสารใน collection ทั้งหมด ... ส่วน posting_list ก็เก็บว่า doc นั้นๆ มี term ที่พบเท่าไหร่ ... ซึ่งเมื่อรวมผลรวมของค่าใน posting_list ก็จะได้เยอะกว่า doc_freq แน่นอน ... แต่เจ้าจำนวนของ posting_list จะเท่ากับ doc_freq x 2 ครับ

doc_freq ผมเอาไปคำนวณค่า idf = log(N/df)

posting_list ผมเอาไปคำนวณ score ครับ ... จาก score= Sum(tf x idf)

แต่เมื่อเขียนโปรแกรมแล้ว ได้ความถูกต้องตามสมการ แต่ ... เหมือนไม่ถูกยังไงไม่รู้ ...

ประการแรก ... ค่าที่ได้ > 1 แน่นอน ... แต่ค่าที่ดูๆ อ่านๆ มา ... ส่วนใหญ่มันน้อยกว่า 1 ... ก็เลยเริ่มไม่แน่ใจ

ประการที่สอง ... ค่า score ใช้เวลาคำนวณนานมาก ... และก็ไม่รู้ว่าจะเอาค่าไหนใน java ไปเก็บ ... double รึก็ไม่แน่ใจ ... สมมติค่า 12 x 60k เนี่ย ... double มันเก็บได้ป่าวหว่า ... อันนี้คือจิ๊บๆ ครับ

ก็เลยว่า ... บ่ายนี้ถามอาจารย์อีกทีล่ะกัน

สรุป... งานที่ทำ ไม่เหมือนดังใจคิดน่ะดิ ... มันต้องมีอะไรมากกว่านี้หรือเราไม่รู้กันแน่ ?

The Rabbit Problem

04/06/09

ก่อนหน้านี้มีปัญหาคณิตศาสตร์จากแน็กมาแล้วเรื่องลำดับเลข ... วันหลังผมจะมาเล่าให้ฟังใหม่ ... แต่วันนี้ขอเจ้า "ปัญหากระต่าย" ก่อนล่ะกัน

เหมือนเช่้นเคย ... ปัญหานี้ถูกส่งมาจากกลุ่มเพื่อนๆ รุ่น 11 (CoE11, KKU) เพื่อเป็นการเล่นสนุกเครียดๆ กัน เมลล์นี้เป็นของพี่โดม ส่งมาเมื่อวันที่ 03/06/09 ครับ ... คำถามมีอยู่ว่า ...

สมมติมีเกาะร้างอยู่หนึ่งเกาะ และมีกระต่ายเกิดใหม่อยู่หนึ่งคู่ เป็นตัวผู้และตัวเมียอย่างละหนึ่งตัว
กระต่ายทั้งสองตัวจะเริ่มผสมพันธุ์เมื่ออายุได้หนึ่งเดือน กระต่ายตัวเมียจะคลอดลูกออกมาเป็นกระต่ายอีกหนึ่งคู่เมื่อสิ้นเดือนที่สอง
และยังคงสามารถคลอดลูกกระต่ายออกมาได้อีกหนึ่งคู่ต่อไปเรื่อยๆในทุกๆเดือนถัดไป (ตัวผู้หนึ่ง ตัวเมียหนึ่ง)
ส่วนกระต่ายที่เกิดใหม่ก็จะผสมพันธุ์กันได้เหมือนกระต่ายคู่แรก

คำถามคือ..

เมื่อครบหนึ่งปีจะมีกระต่ายทั้งหมดกี่ตัว หากสมมุติว่ากระต่ายทุกตัวไม่มีวันตาย

ขอคำตอบพร้อมวิธีคิดครับ

เป็นอะไรที่น่าท้าทายมาก ... ผมคิดอยู่นานหลายวันเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้คำตอบหรอกครับ ... ก็เลยลองถามกู(เกิ้ล) ดูหน่อย

ถ้าลองคิดๆ ลำดับเลขดูจะได้ว่า ...

เดือนที่ 0. มีกระต่าย 1 คู่ [1]
เดือนที่ 1. กระต่ายคู่นั้น (ให้เป็น 1-a) ยังไม่มีลูก เพราะจะออกลูกได้เมื่อสิ้นเดือนที่สอง ... ดังนั้นเดือนที่ 1 มีกระต่ายรวมทั้งหมด 1 คู่ [1]
เดือนที่ 2. กระต่ายคู่นั้น (1-a) ออกลูกมาเพิ่มอีก 1 คู่ (1-b) รวมกระต่ายตอนนี้มี 2 คู่ [2]
เดือนที่ 3. กระต่าย 1-a ออกลูกมาเพิ่มอีก 1 คู่ (1-c) แต่กระต่าย 1-b ยังออกลูกไม่ได้ เพราะยังไม่สิ้นเดือนที่สอง (เพิ่งผสมพันธุ์กัน) รวมตอนนี้ก็มีกระต่ายเป็น 3 คู่ [3]
เดือนที่ 4. กระต่าย 1-a, 1-b ออกลูกเป็น 1-d, 1-e ตามลำดับ แต่ 1-c ยังออกลูกไม่ได้ ... งั้นตอนนี้รวมกระต่ายคร่าวๆ อีก 2 คู่ก็เป็น 5 คู่ [5]

โดยจะเห็นว่า ... ถ้าสิ้นเดือนที่ 5 แล้วก็จะมีลูกของเจ้า 1-a, 1-b, 1-c ซึ่งก็จะรวมเป็น 8 คู่ เมื่อสิ้นเดือนที่ 5

ซึ่งเขียนเป็นลำดับคร่าวๆ ได้ดังนี้ 1, 1, 2, 3, 5, 8, ... หรือได้สมการเป็น Xn = Xn-1 + Xn-2 ประมาณนั้นครับ
และเป็นที่มาของลำดับเลข Fibonacci number ซะงั้น ... ก่อนหน้านี้ พี่แบงค์ได้เคยเอาลำดับเลขมาให้เล่นแล้วครับ ... แต่ไม่รู้ที่มามันเป็นมายังไง มีตัวอย่างโจทย์มาด้วยอย่างงี้น่ะนะ

ref: The Rabbit Problem , WikiPedia , Fibonacci

เริ่มงาน BIOTEC อีกแล้ว ^^"

03/06/09

เข้าแลปตอนบ่าย ... วันนี้แน่นอนว่าน่าจะได้แก้งานที่ BIOTEC ร่วมกับพี่เจน หลังจากที่เมื่อวานคุยกันไปบ้างนิดหน่อย แต่ยังไม่ได้เริ่มทำงานจริงจัง

เข้ามาว่าจะคุยกับพี่เจนทาง msn ก็พบอยู่แล้วว่า เจ้าตัวกำลังรออยู่เลย ... ขึ้นหัว msn ซะชัดเจน

"แซมมี่มาแล้วทักด้วย"

โอว ... แม่เจ้า ... การตามคนแบบนี้ก็มีด้วยแฮะ ... เฮือกกกก!!! ... ก็เลยรีบตอบกลับไปด้วยอาการเป็นห่วงงานหน่อยๆ ... แต่ว่าแต่ว่า ... ทำไมไม่ทิ้ง offline message ไว้หว่า ... มันก็มาถึงเหมือนกันนี่ ... เง้ออออ

งานในช่วงสำคัญของอาทิตย์นี้ก็เป็นการ generate ข้อมูลของ cassava ให้เป็นข้อมูล gff เพื่อนำไปแสดงผลบน GBrowse น่ะครับ

GBrowse คืออะไร?

GBrowse หรือ Generic Genome Browse เป็นเครื่องมือบนเว็บสำหรับแสดงผลข้อมูล annotation ของงานทาง Bioinformatics โดยข้อมูลที่จะนำมาแสดงผลนั้นจะต้องอยู่ในรูปแบบที่ GBrowse นำมาแสดงได้ เช่น GFF files, หรือ chado db << เจ้า chado db เนี่ย ... ศึกษายังไงผมก็ไม่รู้เรื่อง ก็เลยใช้ GFF แหละง่ายดี แง่มๆ การจะใช้ GBrowse นอกจากจะมีไฟล์ข้อมูลที่จะเก็บในรูปแบบไฟล์ (GFF) หรือฐานข้อมูล (GFF db or chado db or ncbi db or etc.) จะต้องใช้คู่กับ Configuration file เพื่อระบุชัดย่อยลงไปอีกว่า แต่ละส่วนประกอบสำคัญนั้น ต้องการให้แสดงผลอย่างไร ... ตรงนี้แหละ สนุกที่สุด :P GFF File คืออะไร?

GFF หรือ General Feature Format เป็นรูปแบบที่ใช้อธิบาย genes และ features อื่นๆ ที่มีการเชื่อมโยงกับ DNA, RNA และ Protein sequences โดยเอกสาร GFF จะประกอบด้วยข้อมูลที่บอกรายละเอียดพื้นฐานในแต่ละแถว เรียกว่า NSE (name, start, end) เพื่อระบุถึงหน่วยย่อยของ biological sequence เช่น NSE (Chromosome1, 2000, 3000) ระบุข้อมูล third kilobase ของ sequence ชื่อว่า Chromosome1 เป็นต้น

อันนี้เป็นตัวอย่างไฟล์ GFF นะครับ

ctgA example Contig 1 50000 . . . Contig ctgA
ctgA example my_feature 1659 1984 . + . My_feature f07
ctgA example my_feature 3014 6130 . + . My_feature f06
ctgA example my_feature 4715 5968 . - . My_feature f05
ctgA example my_feature 13280 16394 . + . My_feature f08
...
จะเห็นว่ามันมีทั้งหมด 9 column ส่วนไอ้ที่มีปัญหาที่สุดก็เจ้า column ที่ 9 นี่แหละครับ T_T ...

สรุป ... งาน BIOTEC วันนี้ที่ทำก็เป็นการดูแลความถูกต้องของไฟล์ที่พี่เจนได้ generate มาส่วนหนึ่ง เพื่อนำบางส่วนมาเขียน config แล้วนำไปทดสอบ อีกทั้งเป็นที่ปรึกษาการเรียงข้อมูลทั้ง 9 column (เอ๊ะ ... ดูเราสำคัญยังไงอยู่นะเนี่ย ... อิอิ)

HOME Stay Again

03/06/09

เข้าแลปตอนดึก พบ msn หน้าต่างเยอะมากมาย ... ก่อนหน้านี้พี่จั๊บก็ถามอยู่ว่าจะได้ไป home stay อีกครั้งหรือเปล่า? ผมก็ตอบว่า ... ไม่แน่ใจ เพราะยังไม่ได้คุยกับพี่แม็กเลย
ก่อนหน้านี้ผมเคยไปพักที่ Home Stay กับพี่แม็ก ที่ประเทศญี่ปุ่นตอนช่วงปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 51 - 2 ม.ค. 52 เป็นอะไรที่ดีมากๆ เลยครับ ... เจ้าบ้านให้การต้อนรับอย่างดีครับ :D
เช็คหน้าต่าง msn พบว่า พี่แม็กทักมาเรื่องแจ้งข่าวไป home stay อีกครั้งครับ ... ก็แจ้งมาว่า วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ เวลาบ่ายโมงที่หน้าหออินเตอร์ :)

ประมาณนี้ครับ ... ผมก็ตอบ "ขอบคุณครับ" ไป :)

Acer Aspire One

03/06/09

วันนี้ก่อนเข้าแลปยามค่ำคืนแวะไปหาพี่จั๊บมาเพื่อไปดูอาการของเจ้า notebook ตัวน้อย Acer Aspire One



เครื่องนี้ก็เพิ่งหิ้วจากไทยโดยพี่แม็กมาสดๆ ร้อนๆ เหมือนกันครับ ... อาการง๊องแง๊งนิดหน่อย สาเหตุไม่ทราบแน่ชัดได้ แต่ผลของสาเหตุมันคืำอ "ต่อ อินเตอร์เน็ต ไม่ได้" นั่นแหละครับ เป็นเหตุผลที่ผมต้องไปดูเจ้าตัวน้อยซะหน่อย

เท่าที่ถามอาการ พี่จั๊บก็บอกว่า เพิ่งตั้งค่า Windows XP ที่ติดตั้งมาให้ไม่เสร็จ (เป็นเครื่อง license ที่ลงไว้รอ user config ค่าอีกที) แล้วก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไรอีกเลย แต่... มันต่อเน็ตที่ห้องไม่ได้เท่านั้นแหละ

ผมก็แปลกใจว่า ... router ที่ห้องพี่จั๊บไม่น่าจะมีการ fix MAC เหมือนกับที่มหาวิทยาลัยนางาโอกะ (NUT) ทำเพื่อป้องกัน security นา ... แต่ทำไมไม่ได้หว่า ...

ผมก็ลองอยู่นานหลายนาน หาข้อมูลใน internet แล้วก็ไม่ได้พบความผิดปกติประการใด เพราะดูจาก property ของ Internet Protocol (TCP/IP) แล้วก็เห็นว่า obtain automatic ทั้งหมด ... ซึ่งเครื่อง Toshiba ก็ตั้งค่าไว้เช่นนั้นเหมือนกัน

หาเหตุไม่ได้ ก็ต้องสุ่มดูว่าเกิดผิดที่ Hardware หรือเปล่า ... พี่จั๊บก็เลยให้เครื่องไปลองที่แลป ซึ่งต้องมีการเปลี่ยน MAC Address ครับ ... แต่เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะมี program อยู่ (ใช้บ่อย) ผมใช้ MacAddressChanger ในการเปลี่ยน MAC Address โปรแกรมนี้ใช้งานง่ายมากครับ :)

พอลองเปลี่ยน MAC ให้เป็นเหมือนเครื่อง notebook ผมที่แลปเท่านั้นแหละครับ ก็ได้รับ ip พร้อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ทันที ...

สรุป ... เครื่องไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่อาจจะเป็นค่าเริ่มต้นของ router เมื่อตอนจ่าย ip ให้กับเครื่องคอมในครั้งแรกที่เปิดเครื่องครับ ... จากนั้นก็โทรแจ้งให้พี่จั๊บทราบเพื่อความสบายใจ :)

ลองโค้ด IR Math

03/06/09

ก่อนหน้านี้ผมลองค้นหาวิธีการคำนวณเกี่ยวกับเรื่อง tf-idf มาพักนึง ก็ได้ link นี้มาครับ

http://sujitpal.blogspot.com/2008/09/ir-math-with-java-tf-idf-and-lsi.html


เป็นเรื่องของ Information Retrieval Math โดยใช้ java และเสนอรูปแบบวิธีการคำนวณ TF, IDF และก็ LSI ... จะว่าไปผมก็ไม่รู้เรื่องซักตัวหรอก กะว่าจะเอา code เค้ามาดูแล้วก็แก้ๆ ซักหน่อย

เค้ามี link code อยู่ที่ project on Sourceforge ครับ ... แต่ผมก็ลอง download มาลองติดตั้งดูแล้ว แต่พบหลายปัญหาเหลือเกินทำให้ติดตั้งไม่ได้

เป็นต้นว่า หลาย class อยู่ใน library ที่เค้าใช้ ทาง apache ยังไม่ได้ออก release เลย ยังคงเป็น snapshot อยู่ใน svn น่ะครับ ... เค้าใช้ Eclipse พัฒนาก็จริง แล้วดูเหมือน library ก็ link จาก svn เหมือนกัน ... ใช้ยากแฮะ ... ทีแรกก็นึกว่าจะ copy code มาวางๆ แล้วใช้งานได้ แต่ดูเหมือนท่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

ผมลองจะรันโค้ดตั้งนาน ... ดูเหมือนจะตั้งแต่ห้าทุ่มของวันที่ 3 จนตี 4 ครับ ... แต่ก็ไม่สำเร็จดังต้องการซะงั้น ... ครั้งจะลองให้ทะลุเลยก็คงไม่ใช่แระ เสียเวลาโดยเปล่า ... แต่ก็ print มาอ่าน concept คร่าวๆ ไว้เหมือนกันครับ

ได้ว่า ... ในการทำ indexer ของเค้านั้นใช้ WordNet เข้ามาช่วย ... ผมก็เลยได้ idea หน่อยว่า ... เสร็จจากที่วางแผนไว้นี้จะเอา WordNet กับวิธีของเค้ามาหาคำตอบดู ดูซิว่าผมจะทำได้หรือเปล่า? :D

น่าท้าทายดีนะ ;)

Monday, June 1, 2009

Trouble ... ลบฐานข้อมูลงานทิ้ง T_T

02/06/09

วันนี้ก็ตื่นเช้าอีกแล้ว ^^" ... ทานข้าวกับไข่ดาวสองฟองครับ จากนั้นอาบน้ำแล้วก็ไปเซ็นชื่อทุนที่ kokusaika อิอิ ... ต้นเดือนแล้วนี่นา :P

จากนั้นเข้ามาแลปด้วยความภาคภูมิใจ (ตรงไหนหว่า) ... เริ่มมาทำงานแว้วววว

เปิดเครื่อง ... เริ่มทำงาน ^^"

1. ดูก่อนว่างานที่รันอยู่เป็นไงบ้างแล้ว ... เสร็จหรือยังเอ่ย

> พบว่า ... ถึงหมวดตัว p เอง ... ถ้าจะให้เสร็จก็คงอีกนานอยู่เหมือนกัน

2. คิดว่า ... ถ้าจะสร้างฐานข้อมูลใหม่ แล้วรันสร้าง index อีกรอบเนี่ย ทำสวยๆ สำรองไว้น่าจะดี

> ก็เลยสร้างไฟล์ขึ้นมาเพื่อสร้างฐานข้อมูล ... ก็นี่แหละ ... มีเรื่องจนได้

ฐานข้อมูลตัวแรกชื่อ paj3 ใช้ไฟล์ paj3_db_structure.sql ในการสร้าง ซึ่งผมใส่คำสั่ง DROP DATABASE IF EXISTS เข้าไปด้วยอ่ะดิ

ขั้นตอนที่มีปัญหาคืองี้ ... ผมคัดลอกเจ้า paj3_db_structure.sql เป็น paj_db_structure.sql ครับ ... เพื่อจะสร้างฐานข้อมูลชื่อ paj มาซะหน่อย

พอคัดลอกเสร็จก็เปิดไฟล์มาแก้จาก paj3 เป็น paj ธรรมดา ... ทีแรกไม่รู้ว่าไปแก้ผิดฝาผิดไฟล์กัน ก็เลยเอาไปรันบน server ซะงั้น

พอรันคำสั่งนี้ไป ... เอะใจแล้วว่า ทำไมรันคำสั่งน้อยๆ นี้มันช้าจังหว่า

ก็เลยเข้าไปดู screen ของงานที่รันไว้ก่อนหน้านี้ 5 วันด้วย ... พบว่า ... [ERR] ปรากฎ ... ซะงั้น ... อ้าว ... เป็นเพราะไรหว่า ... ก็เลย switch ไปอีก screen นึง ... พบว่า error เป็นพรืดดดดดดดเลยว่าไม่เจอ table paj3.index ... ซวยแล้ว ... งานเข้าแล้ววววว


ข้อมูลที่รันมาทั้งหมด (รวม 2 วันที่สร้าง index ด้วย) เป็น 7 วัน ... ต้องเริ่มใหม่หมดอ่ะเด่ะ ... โอย ... แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ย ...

สรุป ... ผมหาอย่างอื่นทำไปก่อนด้วยดีกว่า T_T อ่านเจ้านี่แหละ >> http://sujitpal.blogspot.com/2008/09/ir-math-with-java-tf-idf-and-lsi.html

ตัดผมใหม่แล้ว "^_^"

01/06/09

วันนี้ตื่นเช้าอีกแระ ... เหมือนนาฬิกาชีวิตจะเปลี่ยนแล้วด้วย ... ดีใจนะเนี่ย :)

นอนดึกหน่อย แต่ก็ได้ตื่นแต่เช้าเลย :P

พอ 6 โมงเช้า ผมรีบ remote เข้าเครื่อง server เพื่อดูก่อนว่า งานที่รันเสร็จหรือยัง ... พบว่ายังไม่เสร็จเลย T_T ... 4 วันกว่าแระ ... ยังไม่ได้ครึ่งเลยง่ะ

ตอนเที่ยง ... นิ่ม msn มาถามว่า วันนี้จะตัดผมมั้ย? ... ผมก็ตอบไปเลยว่า OK, Sure!!! ซึ่งเวลานัดก็เป็นตอนดึกหลัง party ที่แลปนิ่มเสร็จครับ

วันนี้นิ่มซื้อเจ้าที่รองผมมาใหม่ด้วย แล้วก็มีลูกค้าอีกคนนึง ... น้องปลา ก็มาตัดผมด้วยครับ

เริ่มตัดผมของผมก่อน ... ตอน 3 ทุ่ม ... หัวแรกใช้เวลา 2 ชม. กว่าๆ ... เหอะๆ ... ได้มาสั้นจุ๊ดจู๋เลยขอรับ ... แต่ก็ชอบ style นี้แหละ ... จากนั้นก็ตัดให้น้องปลาต่อ เสร็จทั้งหมดก็ประมาณเกือบๆ ตีหนึ่งอ่ะครับ

เหอะๆ ... เล่นเอาง่วงเหมือนกันครับ ... ผมก็ไปส่งสาวๆ ที่หอ ... คืนนี้อากาศเย็น ใส่เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น ... โอย ... บรื๋อออออ ... เล่นเอาเย็นเหมือนกันเน่อ T_T

... ทรงผมใหม่เนี่ย ... เทห์จริงๆ ... ขอบอกๆ

Rest ... กับการพักผ่อน

31/05/09

ตื่นแต่เช้า ... เพราะนกที่ทำรังหลังห้องมาจีบกัน

วันนี้รู้สึกดีขึ้นมากครับ ... มีกำลังทำงานขึ้นมาแล้ว

แหะๆ ... วันนี้กำหนดส่งแก้ paper กับ อ.กานดา ด้วยสิ ... เหอะๆ

นั่งแก้ทั้งวันครับ ... จาก 2 หน้าให้เป็น 4 หน้า ... แต่ผมก็แก้เพิ่มขึ้นมาได้ 3 หน้าครึ่งครับ :P

จากนั้นก็ส่งให้ อ. ก่อนเที่ยงคืนที่นี่ อ. ก็ส่ง comment กลับให้แล้วครับ ... แต่ยังไม่ได้แก้เลยอ่า ...

อย่างน้อย ... ได้งานมาก็ยังดี ^^"

Ailment >> ป่วย เปื่อย ...

30/05/09

ตามนัด 7 โมง ... ตื่นขึ้นมาก็แต่งตัวไปตีเทนนิสที่สนามของมหาวิทยาลัย (NUT Ground)

7 โมง ที่นี่ก็แดดออกแล้วคร้าบ ... แต่ยังไม่มากเท่าไหร่นัก

สมาชิกที่มาตีกันเช้านี้ก็มีกัน 6 คนครับ ... มี ผม, อ.จ๊ะ, อ.ฉัตร, อ.โอ๊ต, พี่มู และ น้องป๊อป

อาทิตย์ที่แล้วมีตีกัน 4 คน ... อาทิตย์นี้ตีกัน 6 คน ก็มี Challenge กันด้วยครับ ... อิอิ ... ก่อนหน้านี้ชนะตลอด แต่มาแพ้สามเซ็ตหลังนี่แหละครับ T_T

เลิกเล่นกันตอน 9 โมงกว่าๆ ... แล้วก็กลับห้องไปทำกับข้าวทานครับ

สายๆ หน่อย ... รู้สึกเพลียๆ ทีแรกนัด อ.ฉัตร ว่าจะไปเอารูป trip ที่ไปเที่ยวใต้ตอนสายๆ ... ก็เลยโทรไปเลื่อนเป็นบ่ายโมง :P

พอใกล้ๆ อ.ฉัตร โทรมา ... ผมก็ขอเลื่อนเป็นบ่าย 3 เพราะยังเพลียๆ อยู่เลยครับ ... สักพักนิ่มก็โทรมาเลื่อนตัดผม เพราะงานเข้านิ่ม ... ผมงี้ก็ ok ครับ ... อยากตัดผมก็อยากตัด แต่อยากพักก็อยาก พอเลื่อนก็เลย ok ครับ

ผ่านบ่ายสามไป ... ก็ยังไม่ตื่น อ.ฉัตร ก็ยังไม่โทรมา ... ผมก็เลยว่าเดี๋ยวกลับไปเอา ext. hdd ที่แลปมาให้เลยดีกว่าครับ

ตื่นอีกทีก็ 5 โมงเย็นแล้วครับ ... รู้สึกเป็นไข้ << จริงๆ ... << เมื่อก่อนเป็นไข้บ้างนะ แต่ไม่เหมือนครั้งนี้แฮะ เป็นเล็กน้อยกว่า

อาบน้ำเสร็จก็เลยใส่หน้ากากไปที่แลปด้วย T_T ... เพื่อนคนจีนก็ทักว่าไม่สบายหรือเปล่า แสดงความเป็นห่วงมา ^^" ก็ดีครับ :)

มานั่งที่แลปพักนึง ก็มาดูงานที่รันไว้ ... พบว่ายังรันไม่เสร็จ ... จากนั้น ประมาณ 2 ทุ่ม อ.ฉัตร โทรมาชวนทานสตูเนื้อที่ห้องน้องป๊อปครับ ... แล้วก็ฝากให้เอากะทิที่ห้องด้วย

ผมยังมึนๆ ก็เลยถอดเครื่อง, ถอด HDD, แล้วก็ notebook จากนั้นก็กลับห้องครับ ... เดินไปถึงหอแล้ว แต่ลืมเอากุญแจห้องกลับ เลยเอาของไปเก็บที่ห้องน้องป๊อป แล้วก็เดินกลับไปเอากุญแจห้องที่แลป T_T ... โอย ... มึนจัง

... วันนี้สตูเนื้อ อิ่มอร่อยมากครับ อารมณ์ว่า มื้อเย็นยังไม่ทานน่ะนะ ... สมาชิกรับความอร่อยก็มี ผม, อ.ฉัตร, พี่มู, พี่แก้ม, น้องป๊อป และน้องต๊อก ครับ ^^" ... ทำให้อาการไข้ดีขึ้นมาหน่อย ... ผมคงต้องพักเยอะๆ เสียแล้วครับ :P

คืนนี้นอนเร็วหน่อย ตี 2 ครับ ... แหะๆ ... ฝันดีนะคร้าบ

ส่งน้องแพรวขึ้นรถ

29/05/09

เก็บห้องเสร็จพอดี ... สองทุ่มมีโทรศัพท์จันทร์โทรเข้ามา ชวนมาทานเกี๊่ยวไก่ต้มยำที่ห้องพี่เดียร์ :P

... ไม่ทราบเลยว่าวันนี้มี party กัน T_T ... ผมก็เพิ่งทานข้าวไปชุดใหญ่เหมือนกันครับ .. ก็เลยอิ่มๆ ไปหน่อย

พอไปถึงห้องพี่เดียร์ ... โอ้ว ... สิบกว่าคนครับ .. อยู่ก่อนหน้า และกำลังทานกันอยู่เลย <-- รอบนี้ ผมไปหลังสุดอ่ะ T_T <<< โดนแซวตามระเบียบ

ทางสมาชิกก็แบ่งส่วนไว้ให้ผมพอดี (อิ่มเกิ้น) ... แน่นอย่างแรงครับ T_T ... แถมมีอำลาส่งน้องแพรวตอนสี่ทุ่มด้วย ... ผมก็ไปช้าอีก เพราะมัวแต่ทานเกี๊ยวไก่อยู่ ... แหะๆ

วันนี้ผมก็ทำหน้าที่เป็นตากล้องเช่นเคยครับ :D ... รอบนี้ถ่ายภาพหมู่อยู่หลายชุดทีเดียว เพราะสมาชิกค่อยๆ ทะยอยกันเข้ามาทีละคนสองคน ... เล่นเอาต้อง take กันหลายรอบซะงั้นน่ะนะ

ได้เวลารถจะออก ... ผม, จันทร์, พี่เดียร์, พี่จ๊ะ, พี่แอม, พี่จั๊บ และน้องปลา ก็นั่งรถไปส่งน้องแพรวกับพี่เอกเดินทางไปโตเกียว

สุดท้าย ... เจอกันที่ไทยน้าาาาน้องแพรว :)

จุ๊ๆๆ ... ยังไม่จบครับ ...

หลังจากกลับมาจากไปส่ง ... มี party ต่อที่ห้องน้องป๊อปซะงั้น ... รอบนี้จุคนไปตั้ง 10 กว่าคน ... เยอะมั่กๆ

ผมซัดเบียร์ไปป๋องนึง แล้วก็คุย sit-com กับเรื่องผีๆ กับพี่อรรถกันซะงั้น ... เพราะวงมันใหญ่เกิน ... ฮ่าๆๆ

กลับห้องก็ปาไปตี 3 กว่าๆ ได้กระมัง (หรือว่าตี 2 หว่า ... จำไม่ได้) ... และก็ ... ตอนเช้ามีนัดตีเทนนิส 7 โมงเช้าน่ะนะ ... คร้าบบบบบ

เก็บห้องแล้ว ^^"

29/05/09

ตื่นมาตะวันก็แทบลาลับแล้ว ... T_T ... ช่วงนี้แปลกๆ รู้สึกยังไงก็ไม่รู้ ก็เลยนอนมันยันเย็นเลย งานการก็ยังรันไม่เสร็จซักที T_T

เก็บห้อง ... เป็นสิ่งที่ต้องทำซักหน่อย (ไหนๆ งานก็ยังรันค้างอยู่ด้วย) วันนี้เลยตั้งหน้าตั้งตาเก็บห้องซะหน่อย :D ...

ในที่สุด ... ห้องก็ได้ทำความสะอาดในรอบหลายๆ เดือนเลยก็ว่าได้ครับ :P

... วันนี้ใช้มือถือเช็คเมลล์เพื่อดูว่าเพื่อนเกาหลีเค้าตอบเมลล์หรือยัง ... แต่ก็ยังไม่เจอ T_T

โชคดีหน่อย ตอนที่ลงไปซักผ้าข้างล่าง เจอเข้าพอดี :D ... เค้าก็บอกว่าเชคเมลล์ผมแล้ว แต่ขอเวลาหาข้อมูลก่อนล่ะกัน ;)

แค่นี้ผมก็อุ่นใจแล้วครับ ... ทีนี้ก็รอตอนสี่ทุ่ม อำลาน้องแพรวกลับไทยครับ :D

Thursday, May 28, 2009

Jeju เอาไงดีเนี่ย T_T

28/05/09

ลองดูๆ พวกค่าใช้จ่ายกับค่าเดินทางต่างๆ แล้ว ... คำนวณคร่าวๆ หมดไม่ต่ำกว่า 100,000 เยนแน่นอน ... โอว ... แม่เจ้า

มะ ... ลองแจงค่าใช้จ่ายอีกทีให้ฟัง

- ค่าลงทะเบียนก่อนวันที่ 9 มิ.ย. ประมาณ 15,000 เยน (จริงๆ มันเกือบๆ 16,000 เยน)
- ค่าเดินทางไปเกาะ Jeju ... ถ้านั่งเครื่อง ไป - กลับ ... อ.ที่นี่แนะนำว่า ขึ้นที่ Narita น่าจะมี 30,000 เยน ... นั่นแหละ ... ต้องนั่งรถไปโตเกียวอีกประมาณ 10,000 เยนอ่า ... รวมๆ ก็ขอตีเป็น 45,000 เยน ก่อนล่ะกัน
- ค่าที่พัก (ถ้าเป็นโรงแรม KAL) คืนละประมาณ 15,000 เยน ... น่าจะพัก 3 คืน รวมๆ ก็ 45,000 เยน

ตอนนี้เท่าที่ประมาณการณ์ก็ 105,000 เยน แล้วล่ะครับ ... ยังไม่รวมค่ากินอยู่ แล้วก็ค่าเดินทางเล็กๆ น้อยๆ อ่า ... อืม ... เอ่อ ... ตอนนี้เท่าที่มีอยู่ยังไม่ถึงเลยคร้าบ :'(

ส่ง mail ถามเพื่อนเกาหลีอยู่เหมือนกันว่าพอจะหาเส้นทางไปได้ถูกๆ หรือเปล่า ... แต่เพื่อนสงสัยยังไม่ check mail กระมังครับ ... แหะๆ ... ก็เลยยังไม่ทราบคำตอบเลยครับ

ผมก็ลองโทรไปปรึกษากับแฟนเรื่องนี้เหมือนกัน ... แฟนก็ลองให้สอบถามทุนกับทาง BIOTEC ดูว่าจะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ ... แต่เห็นอาจารย์ว่าอยากจะ support ให้พี่เจนคนเดียว ... ผมก็เลยว่าอาจจะไม่ไปแล้วหง่า ...

แต่ตอนนี้แจ้งเหตุผลให้อาจารย์ทราบแล้วครับ คร่าวๆ ว่าจะไม่ไปง่ะ ... แต่ยังไม่ได้คุยกับทางพี่เจนเลยว่าจะเอาไงต่อ T_T ...

ใครมีคำแนะนำให้ผมบ้างคร้าบบบบบบบบบบ ... หรือว่านั่งเรือไปดี :P

Seminar เสร็จอีกวันแล้ว

28/05/09

ผมมีเซมิทุกๆ วันพฤหัส 14:40 น. ... 2 คาบ ... ก็เลิกประมาณ ห้าโมงเย็นน่ะ T_T ...

วันนี้ก็เป็นเช่นเดิมครับ ... รายงานความก้าวหน้าที่ผ่านมา ... สำหรับอาทิตย์นี้ผมก็รายงานประมาณนี้ครับ

Past work:
- Presentation on summary the related work
- Using the Multi-level Classification Method in the Patent Mining Task at NTCIR-7
- NTCIR-7 Patent Mining Experiments at RALI
- Propose IDEA in the work
- Using kNN with re-rank technique
- Using some imbalance algorithm technique
- Found some problems with previous data ...
- Rewrite programming to parse the PAJs again (for 2 days)
- Create inverted index table again


This week:
- Create tf-idf

เห็นว่า งานสำหรับอาทิตย์นี้ดูเล็กจึ๋งนึงนะ ... แต่นั่นแหละครับ ... ยากหน่อย และคงนาน ... อีกอย่าง ผมยังไม่มั่นใจเลยว่าเจ้า inverted index ที่ผมทำจะเสร็จทันป่าว เอิ๊กๆ

... สำหรับอาทิตย์นี้ เนื่องจากผมส่ง mail ขออนุญาตอาจารย์ไปงานประชุมวิชาการที่เกาหลี อ. ก็เลยเอาเรื่องนี้มากล่าวยินดี และแนะนำเรื่องค่าใช้จ่ายให้ครับ ^^"

ขอบคุณอาจารย์นะคร้าบบบบ ^^" แต่ยังไม่รู้เลยว่า ... จะได้ป่าว :'(

รันงานเสร็จแล้ว

28/05/09

ตอนนี้ก็รันงานเสร็จแล้วคร้าบ ^^"

นานสุดก็ใช้เวลาไป 34.54 ชม. หรือประมาณ 2 วัน ... อย่างที่ได้บอกไป ผมรันพร้อมกัน 10 files แต่มันมี 8 cpus เลยคิดว่า ... ถ้ารันให้พอดีกับ cpu อาจจะใช้เวลาสั้นกว่านี้ก็ได้ แหะๆ

... ณ ตอนนี้ก็รันการสร้าง inverted index ครับ ... เตรียมทำ tf-idf ต่อ ... อิอิ ... แต่ ... รันนานแระ ยังไม่เสร็จเลยง่ะ T_T

รอบนี้กะว่า ... รันเจ้า inverted ตัวนี้เสร็จก็จะสร้าง inverted index สำหรับแต่ละ paragraph ซะหน่อย

ตอนนี้มี 5 paragraphs ... ดังนี้

1 TITLE
2 PURPOSE
3 CONSTITUTION
4 PROBLEM TO BE SOLVED
5 SOLUTION

คงต้องสร้าง

1. Inverted Index สำหรับ Title
2. Inverted Index สำหรับ PURPOSE
3. Inverted Index สำหรับ CONSTITUTION
4. Inverted Index สำหรับ PROBLEM TO BE SOLVED
5. Inverted Index สำหรับ SOLUTION
6. Inverted Index สำหรับ PURPOSE + CONSTITUTION + PROBLEM TO BE SOLVED + SOLUTION

อืม ... สร้างทำไมเยอะแยะเนี่ย ... ยังคิดไม่ออกเลย ... แต่ก็สร้างไว้ก่อนไม่เสียหลายล่ะกันครับ ... แหะๆ (นานน่ะเด่ะ)

What is tf-idf?

28/05/09

ขึ้นหัวข้อมาอย่างงี้ ... แน่นอนเลยว่า เมื่อก่อนไม่ทราบ T_T เหอะๆ แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้แค่อ่านผ่านๆ ว่าความหมายคืออะไร ... แต่ไม่เคยที่จะทราบเลยว่า ... การคำนวณค่ามันคำนวณมาได้อย่างไร

งานวิจัยที่ผมทำอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Patent Mining ซึ่งจำเป็นต้องใช้เจ้า tf-idf เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ... เอาล่ะสิ งานเข้า ก็ต้องศึกษาสิคร้าบบบบบบ (มือใหม่หน่อยนะคร้าบ ^^")

มาดูกันเลยรับว่ามันคืออะไรกันแน่ ...

tf-idf ย่อมากจา Term Frequency-Inverse Document Frequency เป็นการวัดค่าน้ำหนักที่เอาไว้ประเมินค่าความสำคัญของคำนั้นๆ ในกลุ่มของเอกสาร (a collection) ซึ่ง tf-idf มักจะใช้ในงาน information retrieval และ text mining

tf-idf มันมาจากสองตัวคือ tf และ idf

tf มาจาก term frequency หรือ แทนด้วย จำนวนที่มีการปรากฎ term t ใน document d

idf มาจาก inverse document frequency โดยค่านี้จะได้มาจากการคำนวณด้วยสมการ

\begin{displaymath} \mbox{idf}_t = \log {N\over \mbox{df}_t}. \end{displaymath}

โดยที่ N แทนจำนวณเอกสารทั้งหมด (the total number of documents in a collection)
และ df แทนจำนวนเอกสารที่พบ term t ทั้งหมด

ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายหน่อย เช่น ... ในเอกสารทั้งหมด (ใน collection) 806,791 documents ดังตาราง

\begin{figure} % latex2html id marker 7963 \par \begin{tabular}{\vert\vert l\ver... ...quencies in the Reuters collection of 806,791 documents.} \par \par \end{figure}

ค่าของ idf ของ term car ได้มาจาก log(806791/18165) = 1.6475...

ทีนี้มาถึงการคำนวณค่า weighting ของเอกสารนี้บ้างครับ ... ค่าการคำนวณนี้ก็คือค่า tf-idf นี่เอง ซึ่งจะได้มาจากสมการ

\begin{displaymath} \mbox{tf-idf}_{t,d} = \mbox{tf}_{t,d} \times \mbox{idf}_t. \end{displaymath}

ยกตัวอย่างอีก ... จากตารางด้านล่างนี้ เราจะคำนวณค่า tf-idf ของแต่ละ term และแต่ละเอกสาร

\begin{figure}\begin{tabular}{\vert\vert l\vert r\vert r\vert r\vert\vert} \hlin... ...rance & 0 & 33 & 29 \\ best & 14 & 0 & 17 \\ \hline \end{tabular} \end{figure}

จะได้ว่า term car ที่ Doc1 มีค่า tf-idf = 1.65x27 = 44.55 ... และก็คำนวณไปเรื่อยๆ ครับ ... ก็จะได้ว่า

car - 44.55, 6.6, 39.6
auto - 6.24, 68.64, 0
insurance - 0, 53.46, 46.98
best - 21, 0, 25.5

^^"

สำหรับการคำนวณค่า Score ก็คำนวณได้จากสมการ

\begin{displaymath} \mbox{Score}(q,d)=\sum_{t\in q} \mbox{tf-idf}_{t,d}. \end{displaymath}

จะได้ว่า ... car = 44.5 + 6.6 + 39.6 = 90.75 ประมาณนั้นครับ ^^"

ผมมือใหม่กับเรื่อง IR ครับ ... ถ้าผิดตกบกพร่องประการใด รบกวนช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ ^^"

reference:
- http://nlp.stanford.edu/IR-book/html/htmledition/tf-idf-weighting-1.html
- http://en.wikipedia.org/wiki/Tf-idf

Wednesday, May 27, 2009

Would like some suggestion ...

28/05/09

หลังจากที่คุยกับ อ.ที่ปรึกษา ที่ไทยแล้ว ... หากผมตัดสินใจไปหรือไม่ไปยังไง ก็ให้แจ้ง อ. ก่อนเที่ยงวันนี้ เพราะวันนี้จะมีประชุมคณะกรรมการเรื่องทุนที่ มข.

ซวยล่ะทีนี้ ... อ.ที่ปรึกษาที่นี่ก็ยังไม่ได้คุยไม่ได้ถาม ... โรงรงโรงแรม ก็ยังไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่ ... ค่าเดินทางก็ประมาณไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าค่าลงทะเบียนเท่าไหร่ (ประมาณ 15,000 เยน) ... เอิ๊กๆ ... ทำไงดีล่ะ

ผมเลยว่า ... เขียน mail ถามอาจารย์ที่ปรึกษาที่นี่ก่อนล่ะกัน เร็วดี เผื่อคืนนี้ทำงานเช้าอีก แหะๆ ... ส่วนเรื่องการเดินทางไปเกาะเชจูก็ mail ถาม Young-san เพื่อนเกาหลีที่รู้จักซักหน่อยล่ะกัน เหอะๆ ... แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนเค้าจะว่างหาให้ก่อนเที่ยงป่าวน๊าาาาา จะได้เอาข้อมูลมาตัดสินใจซักหน่อย เหอะๆ

... หากใครมีข้อแนะนำใดๆ กรุณาแนะนำหนูน้อยคนนี้หน่อยนะคร้าบบบบบบ

Accepted ^^"

27/05/09

ในที่สุด paper ที่แก้มานานแสนนาน ก็ได้รับเป็น Accepted paper แล้วครับ ITC-CSCC 2009 งานนี้จัดที่เกาะเชจู ประเทศเกาหลีครับ

ได้ยินทางอาจารย์กานดาแจ้งมาว่า เค้ามีทุนสนับสนุน นศ. ที่ไป conference คนละ 10,000 บาทไทย ... แต่ ... ผมเดินทางจากญี่ปุ่นเนี่ย ... ทำไงดีล่ะ? ... ยังไม่ได้คิดเลย

ก่อนอื่นต้องหาข้อมูลไว้ก่อนดีกว่า ... ก็เลยเข้าเว็บไปดูว่าข้อมูลลงทะเบียนประมาณเท่าไหร่น๋อ ...

Category Early Registration
By Jun 19, 2009
Late Registration
After Jun 19, 2009
Regular Registration KRW 450,000 KRW 550,000
Student Registration KRW 200,000 KRW 250,000

ได้มาว่า ... นร. อย่างกระผมก็ 200,000 วอน ... ตีเป็นเงินเยนก็เกือบๆ 16,000 เยน (ได้ PG Gundam ตัวนึงเองแฮะ) ถือว่าไม่แพงมาก ถ้าเงินไทยก็เกือบๆ 5,000 บาท ... แต่เจ้ากรรม ... ค่าเครื่องสิคร้าบ ... ผมยังหาที่ถูกๆ ไม่ได้เลย เพราะมันไม่สามารถบินตรงจาก Niigata - Jeju ได้น่ะดิ ต้องไปต่อเครื่องเอา ... แงๆๆๆๆๆๆๆๆ เท่าที่ทราบโดยประมาณเกือบแสนเยน ... ตายๆ ... ผมว่า พรุ่งนี้ต้องหาราคาก่อนให้ได้นะเนี่ย ... ไม่งั้น ผมไม่มีตังค์ไปแน่ๆ เลย ... จะดีใจหรือเศร้าใจดีล่ะคราวนี้

... นั่นยังเป็นแค่ค่าเครื่อง ... ไหนจะเป็นค่า โรงแรม ที่พักอีก ... ไปตั้งแต่ July 5 - 8 แต่เท่าที่ดู ... เจ้าโรงแรม Jeju KAL Hotel เนี่ย ... ที่พักถูกสุดประมาณ (คลิกมั่วๆ จากหน้าภาษาเกาหลี) 202,xxx วอน ... ต่อ คืน ... เอิ๊ก ... สะอึก ... ดีที่ไปสองคน หารกันหน่อยก็ดีกว่าไม่ได้หารเลยล่ะวะ ... แต่ ... จะเอาตังค์ที่ไหนไปจ่ายฟะ (หรือจะเปลี่ยนให้ อ.กานดา ไปแทนดีเนี่ย :P)



แต่การไปครั้งนี้ ก็จะเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับ International Conference ครั้งแรกของผมครับ ^^" สู้ๆ (ให้กำลังใจตัวเอง)

Tuesday, May 26, 2009

แก้อีกแระ T_T

27/05/09

หลังจากที่แก้ข้อผิดพลาดเรื่องของ stemming text ไปแล้วเปราะนึง ... ก็ดันไปเจอปัญหาอีกเปราะเข้า

เพราะว่า method ส่วนที่ตัด stemming มีปัญหานิดหน่อย ... run ออกมา text ยาวเฟื้อยเลย ... ก็เลยเอาเจ้า "-" ออกซะ ให้ text มันสั้นลง ก่อนผ่าน stemmer

อันนี้นั่งแก้ไปซักพัก ก็เลยย้ายมันออกสร้างไฟล์ใหม่ ... ทีแรกเอาไว้ไฟล์เดียวกับ PAJProcess แต่เห็นว่า เดี๋ยวมันต้องใช้อีก ก็เลยสร้าง class ใหม่ให้มันเป็น StemmerText ซะเลย ... อิอิ

คราวนี้ก็ต้องมาเริ่มรันบนเครื่อง ksl-i7 ใหม่อีกรอบ ... ก่อนหน้า หลังจากแก้ปัญหาบนสุดนี้ก็รันไปแล้วยังไม่เสร็จสักไฟล์เลย ก็ต้องล้มเลิก เริ่มรันเจ้านี่ใหม่หมด

หวังว่า ... จะเป็นรอบที่ดีที่สุดล่ะน้าาาา :D

... คราวนี้ก็เลยเขียนไฟล์สร้าง idf ขึ้นมาด้วย ชื่อ MakeInvertedIndex ... ก็หลังไฟล์เหล่านี้เสร็จ ... กะว่าจะรันไฟล์นี้ซะหน่อย ... เป็นอันเรียบร้อย :P

ปล. ก่อนหน้านี้ ทำแค่นี้ใช้เวลาเกือบๆ สองเดือน ... ตอนนี้ใช้ สองวัน ... ย่อสุดๆ แหละ อิอิ

แว๊ก ... เกิดอะไรขึ้น

27/05/09

วันนี้หลังจากรันไฟล์ไปสักพักนึงทั้ง 8 cpu ใช้เวลาไม่ถึงวัน ... อิอิ เร็วใช้ได้ แต่ ... รู้สึกว่าจะผิดพลาดทางเทคนิคซักหน่อย T_T

ข้อผิดพลาดตอน insert index T_T ... ดันเอา index ของไฟล์ที่ 1 มาใส่ทุกไฟล์ซะงั้น

สรุป ... ผมต้องมานั่งหาก่อนว่ามันผิดตรงไหน ... แล้วค่อยรันใหม่ ... ว่าแต่ ... จะรันจากในฐานข้อมูลหรือเริ่มรันใหม่ดีเนี่ย :D

GUNDAM ถึงแล้ววววว

25/05/09

ส่งไปเมื่อวันพุธ ถึงวันจันทร์ ... ดูเหมือนพัสดุที่ส่งไปเนี่ยจะเดินทางถึงผู้รับที่ไทยที่ไม่ใช่ กทม. จะใช้เวลาประมาณ 4 วันทำการได้

แฟนก็โชว์เลยครับ ... ส่ง MMS ข้ามทะเลมาให้ดู ... เหอะๆ

ว่าแล้วก็เจ้ากล่องใหญ่ที่ใส่ gundam wing เสียค่าธรรมเนียมไป 490 บาท ... ถือว่าไม่แพงนะ

เจ้าตัวนี้ ตั้งใจว่าจะซื้อจากร้าน Joshin ซะหน่อย ... แต่ รอตั้งนานก็ไม่เห็นมาซักที สงสัยเค้าไม่เอามาขายอีกแล้ว หรือไม่ก็ตกรุ่น ... เลยไปหาจาก net ใช้เวลาหาตัวนี้นานร่วมสามเดือน กว่าจะได้ ไปจบที่ amazon.co.jp ที่ราคา ¥ 9,918 (Tax Included) [ราคาจริง ¥ 15,750 (Tax Included)] เยี่ยมป่าวคร้าบ


ต่อด้วยเจ้า keroro musha ชุดใหญ่ สั่งจาก amazon ด้วยกันเลย เหอะๆ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ราคาน่าจะอยู่ที่ 3800 เยน ... ซึ่งก็เท่าๆ กับที่ร้าน Joshin ก็เลยสั่งจาก amazon ครั้งเดียวเลย ... สำหรับกล่องนี้ที่ส่งไป ไม่ถูกคิดค่าธรรมเนียมครับ :D
ケロロ軍曹 計六六大将軍(ケロロダイショウグン)

ปิดท้ายด้วยเจ้าตุ๊กตา มิกกี้ และ มินนี่ น้อยๆ ที่ส่งไปให้ ... ^^"


แต่ยังเหลือ ...

เรียบร้อยไป 1 งาน

26/05/09

ตื่นมาเช็คเมลล์ พบเมลล์จากพี่หนึ่งและ อ.กานดา เกี่ยวกับงานทาง BIOTEC ที่ตั้งไว้ ก็เสร็จไปแล้ว 1 งาน (T1)

เหลืออีกแยะเลย ... ขยันๆ สู้ๆ หน่อยล่ะกันคร้าบบบบบ ^^"

Monday, May 25, 2009

Run index ด้วย intel i7

26/05/09

วันนี้เขียนโปรแกรมที่แก้ใหม่ทั้งหมดเสร็จแระ ... ก็เลยจัดการรันมันให้เสร็จสรรพไปเลยล่ะกัน

เนื่องจากเครื่อง server เป็น intel 8 core ก็เลยรันมัน 8 งาน (8 ปี) พร้อมกันเลย ... สะใจชะมัด อิอิ ... แต่ก็ไม่รู้ว่างานจะเสร็จเมื่อไหร่ครับ เหอะๆ

งานที่รันเป็น PAJ ทั้งหมด 10 ปี (มี file list 20 files) รวมไฟล์ทั้งหมดมี 3496253 ไฟล์ ... ครั้งที่แล้วผมสร้าง index ด้วยเวลา 2852 mins โดยประมาณครับ ... บนเครื่อง intel i7 นี่แหละ แต่วันที่รัน รู้สึกว่าจะรันไป 5 วันได้กระมัง ... คราวนั้นรันทีละไฟล์จนครบ 20 ไฟล์

คราวนี้ก็เลย รันมันพร้อมๆ กันคราวละ 8 ไฟล์ ซะเลย ... เอิ๊กๆ :D

ปล. ผมยังเขียนโปรแกรมโดยใช้ java ดังเดิมครับ

ส่งงาน BIOTEC

25/05/09

วันนี้เช็คเมลล์แล้วเพื่อนบอกว่ามีซ้อมดนตรีสองทุ่ม ...

แต่ก็ขอทำงานส่ง progress ไป BIOTEC เรื่อง GBrowse's configuration ก่อนแล้วก็ update รายรับ-จ่ายที่ไม่ได้ update นานเดือนนึง (แต่จดไว้ตลอดน่ะนะ)

ทำงานเสร็จก็ลงไปสถานที่เกิดเหตุ ที่ทำให้เกิดแผลที่ 3 ขึ้น ... ปรากฎว่า จุดเกิดเหตุ โดยพื้นที่รอบๆ ไกลๆ จุดถ่ายรูปมีเซรามิกแตกเกลื่อนอยู่ แต่ไม่ใช่จุดที่ถ่ายรูปกัน

ก็เลยสงสัย ... เอ ... แล้วไปเจออะไรเนี่ย -__-" ... แต่ช่างมันเถอะ ... ถือเป็นความบังเอิญกระมังครับ

หลังจากนั้นผมก็ไปซ้อมดนตรีตอน 2 ทุ่ม ... แต่ ... ไม่มีคนมาซักคน ก็เลยโทรไปหาเพื่อนถามซะหน่อย แต่กลายเป็นว่า cancel ซะงั้น T_T แหะๆ ... ดีไป จะได้กลับมาทำงาน :P

Farewell น้องแพรว

24/05/09

วันนี้ NUT-Thai มีเลี้ยงส่งน้องแพรว นศ.แลกเปลี่ยน จาก ราชมงคลธัญบุรี คลอง 6 ครับ ^^"

ฝ่ายอาหารของเราทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรตาเล้งทาน ... อร่อยอย่างมากครับ :D

แล้วก็มีประชุม NUT-Thai ต่ออีกหน่อยครับ

หลังจากเลิกประชุม ก็มีกลุ่มน้อยๆ ออกทริปถ่ายรูปยามกลางคืนนิดหน่อยครับ ... ได้นางแบบเป็นน้องแพรวกับน้องปลา ... ส่วนตากล้องก็ผม, น้องป๊อป, น้องต๊อก, พี่แก้ม และพี่เอกครับ :)

3 แผล

24/05/09

วันนี้มีนัดออกตีเทนนิสตอนเช้า 7 โมง ครับ ... แต่ตื่นไม่ไหว (เมาดึกตีสี่) ก็เลยไป 7 โมงครึ่ง

เป็นครั้งแรกในรอบสองปี หรือตั้งแต่ออกจาก NECTEC ก็ว่าได้ที่ได้มาตีเทนนิสครับ ^^"

สนามเทนนิสที่นี่ใช้เป็นสนามหญ้าเทียม ปูด้วยเม็ดทรายอีกชั้น ซึ่งมันก็ลื่นนิดหน่อย แถมผมใส่รองเท้าแตะอีกครับ มันก็เลยคูณสอง T_T

ตีไปได้สักพัก ... ประมาณ 8:30 ตีลูกเทนนิสพลาด ล้มหัวฟาด T_T หน้าผากได้ไปแผลนึง ... กับศอกครับ -_-" หัวเนี่ย .. มึนเลย ..

...

สองแผลนี้ยังไม่พอ ... รอบดึกตอนออกรอบถ่ายรูปเล่นกับน้องๆ หลังเลิกงานเลี้ยงส่งน้องแพรว น่าจะไม่เกิน ห้าทุ่มครึ่ง ... ได้มาอีกแผลนึง ไม่รู้ไปคุกเข่าทับอะไร T_T เลือดตกยางออกเลยแฮะ :'(

... เฮ้อ ... เป็นไรเนี่ย? ... สงสัยช่วงนี้ไม่ได้สวดมนต์ ... หรือเปล่า?

กีฬาระหว่างแลปภาึคไฟ NUT

23/05/09

เช้านี้มีแข่งกีฬาระหว่างแลปภาคไฟ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งนางาโอกะ

ลงจากแลปผมก็ทานข้าว แล้วก็ไปที่สนามกีฬาของ NUT ครับ ... รวมตัวกันประมาณ 8 โมงครึ่งครับ


แลปผมก็แข่งเป็นคู่ที่สองของสาย B ครับ ... แต่ก็ตกรอบแรก ... แหะๆ เพราะคู่แข่งเค้าตีดีเหลือเกิน T_T


ท้ายสุดก็ถ่ายรูปหมู่กัลเพื่อนๆ และอาจารย์ที่แลป ก่อนไปทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารจีน ซึ่งอาจารย์ผมก็ใจดีมากครับ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงเองเลย :D

จากนั้น แยกย้ายกันกลับ ผมก็เข้านอนเลยครับ ... ไม่ไหวนี่นา ... ผมยังไม่ได้นอนเลยนี่นา T_T

เขียนโปรแกรมใหม่อีกครั้ง

23/05/09 (เที่ยงคืนกว่าๆ)

หลังจากที่ได้กู้เครื่อง notebook มาเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งลงโปรแกรมที่ต้องใช้ใหม่อีกรอบ T_T ... ระหว่างลงโปรแกรม ก็มานั่งแก้ config ของ GBrowse ให้ทาง BIOTEC ซึ่งแก้เท่าที่ทำได้ ในส่วนของ category ใน track section นั้น ผมยังแก้ไม่ได้ครับ

พอลงโปรแกรมเท่าที่ใช้เสร็จ ก็กลับมาเริ่มเขียนโปรแกรมของงานที่ญี่ปุ่นใหม่อีกรอบครับ ... เพราะครั้งที่แล้ว ผมไม่ได้ parser เอาข้อมูลใน title ลงฐานข้อมูล ... มารอบนี้ผมก็เลยต้องเขียนโปรแกรมใหม่อีกครั้งครับ

คราวนี้ ออกแบบโปรแกรมให้ Main สามารถใส่ option ไว้รันได้ ... ไม่งั้นแก้ code เหนื่อยแย่เลย ... เหอะๆ แล้วก็สร้างฐานข้อมูลใหม่เป็น paj3 ครับ ... คราวนี้ใช้ข้อมูลงานวิจัยด้วยเลยครับ งานวิจัยที่ใช้ก็เป็นงานของ ICL ดังนี้ครับ

Tag ที่ควรจะ process มีดังนี้
- B110 <-- document id (unique id)
- B511 <-- First IPC code
- B512 <-- Second IPC codes
- B542 <-- Title
- SEC <-- Section tag

ผมเลยสร้าง table paj แล้วก็เพิ่ม field: id, filepath เข้าไปอีกหน่อย เพื่อเก็บ paj files ทั้งหมดครับ

จากนั้นก็เขียน Main3.java เพิ่ม option เข้าไปหน่อย แล้วก็เขียน PAJParser สำหรับ parser paj file โดยมี methods สำคัญๆ ดังนี้ครับ

- String getDocumentID() <-- B110
- String getFirstIPC() <-- B511
- Vector getSecondIPCs() <-- B512
- String getTitle() <-- B542
- String getSection() <-- SEC
- String getFilePath()
- private String transformIPC(String IPC) <-- แปลง IPC จาก B05B 17/06 เป็น B05B_17_06

เขียนโปรแกรมไฟล์นี้เสร็จก็ปาไปเช้าครับ ... จากนั้นก็กลับห้องไปอาบน้ำ เพราะเช้านี้มีแข่งซอฟต์บอลครับ ^^" ยังไม่นอน ... เหอะๆ

Friday, May 22, 2009

จ๊าก ... คอมมีปัญหา

22/05/09

คอมที่ว่าก็เจ้า notebook แหละครับ ... เจ้านี่ช่วงนี้ต้องคอยดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอๆ T_T ยิ่งให้โหลดโปรแกรม หรือโหลดอะไรเยอะๆ แล้วเนี่ย ... ค้างทุกที อารมณ์คงประมาณว่า ... ผมแก่แล้ว ... ยังจะใช้งานหนักอีกเหรอ T_T

วันนี้เข้าแลปมาเลย ... ก็ว่าจะแก้โปรแกรมแล้วรันทิ้งไว้ซะหน่อย มาเจออย่างงี้เข้าทำอะไรไม่เป็นเลย

อาการเป็นงี้ครับ ... ใช้งานอินเตอร์เน็ตไม่ได้เลย แล้วก็เกิดอาการ์ share network อยู่ตลอดเวลาด้วย

เอาแล้วไง ... ผมสงสัยว่า ผมไปรัน Trojan เข้าหรือเปล่าเนี่ย :'( ... ก็เลยจัดการ Clear เครื่อง แล้วรัน Ghost เก่าล่าสุดมา แล้วก็ไล่ลงโปรแกรมอีกเล็กๆ น้อยๆ ... เหอะๆ หลักๆ ก็ลงพวกโปรแกรมที่เอาไว้เขียนโปรแกรมแหละครับ T_T ...

สรุป ... วันนี้กลายเป็นเพิ่มงานที่ไม่ได้งานมาซะเนี่ย

แต่หลังจากนี้ว่าจะเขียนโปรแกรมแล้วล่ะครับ

บัวลอยพี่เดียร์ ^^"

21/05/09

จากสัมนา ... ผมก็แก้เว็บของอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ

http://sites.google.com/site/arjarnwarin/

พอดีมีรูปของพี่กุ้งที่ส่งมาให้ แล้วก็บทความที่ อ.หนู ฝากมา ซึ่งรูปก็เอาลงใน picasa หน่อย แล้วก็เพิ่มเมนูบทความของ อ.หนู เข้าไปครับ

ก็ตั้งแต่เลิกสัมนา ถึงประมาณทุ่มกว่าๆ ใช้เวลากับงานนี้ไปเกือบๆ 2 ชม. แล้วก็กลับห้องไปพัก เพราะง่วงแระ

ทานข้าวเสร็จก็นอนเลยครับ ... เหอะๆ ตั้งแต่สองทุ่มกว่าๆ ตื่นอีกทีเพราะได้ยินเสียงกริ่ง T_T

จันทร์กดกริ่ง แล้วก็เอาบัวลอย ที่เค้าทำกันวันนี้มาให้ครับ ... ไอ้เราก็นึกว่าเค้าจะทำกันวันพรุ่งนี้เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่ไหนๆ ก็ตื่นแล้ว ครั้นจะทานบัวลอยเลย ก็เหมือนยังมึนๆ ไม่หิว เลยเอาแช่ไว้ก่อน แล้วก็ไปที่แลปว่าจะเขียนโปรแกรมซะหน่อย ^^"

ขอบคุณ บัวลอย พี่เดียร์ มากนะครับ :D

Seminar

21/05/09

ครานี้ถึงสัมนาตัวจริงแล้ว ... หลังจากเตรียมตัวมานานเหลือเกิน (อิอิ)

ตื่นสาย (นอนเช้านี่นา) ก็ทานข้าวเสร็จรีบมาที่แลป มาเพิ่ม idea ตัวเองต่อ ... เพราะตอนกลับห้องไปก็คิดตลอดว่าจะแก้ปัญหางานยังไงดี

สรุปงาน Patent Mining ผมใช้การแก้ปัญหาโดย k-NN + re-ranking กับ imbalance solving ในการแก้ปัญหา ... ก็คือ ไปที่แลปก็ไปเพิ่มเจ้าสองตัวนี้แค่นั้นแหละ ... เหอะๆ

ในเรื่องของ imbalance solving นั้น ... ผมยังไม่มั่นใจว่าจะใช้ algorithm อะไรในการแก้ปัญหา ... รู้เพียงคร่าวๆ ว่า มันมี problems มาอย่างงี้นะ ต้องแก้ด้วยตัวนี้แหละ ประมาณนั้น ... ทีนี้ก็ค่อยมาดูกันต่อไป

... ถึงเวลาเข้า seminar แล้ว ... มาวันนี้ ทำไมเด็กญี่ปุ่น present กันเยอะจังหว่า ... แถมผมก็ได้ท้ายๆ ด้วย (ปกติจะเป็นคนที่สองต่อจาก pharm-san) ... เล่นเอาตอน present คนจะหลับกันหมดนี่ดิ ...

อันที่จริง เนื้อหาผมไม่เยอะนะครับ ... สรุป 2 งาน
- Using the Multi-level Classification Method in the Patent Mining Task at NTCIR-7
- NTCIR-7 Patent Mining Experiments at RALI

แต่ละอันก็สรุปเป็น
- problems
- propose solutions
- experiments
- discussion

แค่นี้อ่ะครับ ... แต่เนื่องด้วยว่า ... พอมาถึงคิวผมก็ปาไปแล้วเกือบสองชั่วโมง ... อาจารย์ก็แทบหลับเหมือนกัน ... สรุปจบต่อด้วย propose idea นี่แหละเหอะๆ อย่างมันส์ แต่อันนี้มีแค่สี่หน้ากระมัง ก็เลยไม่เท่าไหร่ เพราะมันสำคัญอยู่หน้าสุดท้ายหน้าเดียว เหอะๆ

สุดท้าย อ. ก็ comment มาว่า ... "อืม ... ก็ดีนะ ... ผมก็คิดว่ามันน่าจะ ok เหมือนกัน" แล้วก็แนะนำเรื่อง imbalance ด้วยว่า ... ให้ลองดูที่ k-NN ก็พอ ^^"

ขอบคุณอาจารย์คร้าบ :D

จบงานนี้ก็รู้สึก ok แล้วล่ะ ... อ้อ ... ทีแรกกะว่าจะไปว่ายน้ำซะหน่อย แต่ดึกมากแล้ว สัมนาเสร็จก็หกโมงเย็นไม่ได้ไปว่ายน้ำเลย

ZAMACHITA - I AM ZAM